4 สโมสรอังกฤษ ทีมใหญ่มากันครบ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ของศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ฤดูกาล 2021/2022

4 สโมสรอังกฤษ พากันตบเท้าเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มถึง 3 ทีม ได้แก่ ลิเวอร์พูล แชมป์กลุ่ม บี  แมนซิตี้ เป็นแชมป์กลุ่ม เอ  แมนยูไนเต็ด เป็นแชมป์กลุ่ม เอฟ ในขณะที่ เชลซี ทำได้เพียงรองแชมป์ กลุ่ม เอช

4 สโมสรอังกฤษ ประกอบไปด้วย ลิเวอร์พูล แมนซิตี้ เชลซี และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด  เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึก ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก กันครบ

4 สโมสรอังกฤษ

 

หงษ์แดงลิเวอร์พูล เข้ารอบมาด้วยแชมป์กลุ่ม โดยไม่แพ้ทีมใดเลย และเก็บแต้มเต็ม โดยชนะทั้ง 6 เกมส์ ได้ 18 คะแนน เป็นสถิติใหม่ ถือเป็นประวัติศาสตร์ทีมแรกในอังกฤษ ที่ชนะรวดรอบแบ่งกลุ่ม ยูซีแอล และได้เป็นแชมป์ของกลุ่ม บี

เรือใบสีฟ้า แมนซิตี้ เข้ามาด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม เอ โดยทำผลงาน แข่ง 6 นัด ชนะ 4 แพ้ 2 ทำคะแนนได้ 12 คะแนน

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ารอบมาด้วยแชมป์กล่ม เอฟ แม้นัดสุดท้ายจะทำได้แค่เสมอ ยัง บอยส์ ทำได้เพียง 1 แต้ม แต่ก็เพียงพอที่ทำให้ ทีม ผีแดง เข้ารอบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม โดยทำผลงาน แข่ง 6 นัด ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 ทำคะแนนได้ 11 คะแนน

4 สโมสรอังกฤษ

 

สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เข้าร้อมมาด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่ม เอช อย่าง ยูเวนตุส โดยทำผลงาน แข่ง 6 นัด ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 1 ทำคะแนนได้ 13 คะแนน ตามหลังแชมป์กลุ่ม ยูเวนตุส 2 คะแนน ทำให้ เชลซี จะต้องเจอกับทีมแชมป์จากกลุ่มอื่น

การจับสลากในรอบ 16 ทีมสุดท้ายจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 13 ธันวาคมนี้  สโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ทั้ง 4 ทีมไม่ว่าจะเป็นทีมวางหรือไม่เป็นทีมวาง ก็มีโอกาสที่จะเจอกับคู่แข่งที่น่ากลัวเช่นกัน

สำหรับ ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้ และ แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกจัดให้อยู่ในทีมวางเนื่องจากคว้าแชมป์กลุ่ม จะต้องพบกับทีมอันดับ 2 ในกลุ่มอื่น ทั้ง 4 ทีม จะไม่ต้องพบกับทีมจากประเทศเดียวกัน และทีมคู่แข่งเดิมที่เจอกันในรอบแบ่งกลุ่ม

ทีมวางในรอบ 8 ทีม คือ

บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี กลุ่ม อี) , อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์ กลุ่ม ซี) ,  ลิเวอร์พูล (อังกฤษ กลุ่ม บี) , แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ กลุ่ม เอ)  , เรอัล มาดริด (สเปน กลุ่ม ดี) , ลีลล์ (ฝรั่งเศส กลุ่ม จี)  , ยูเวนตุส (อิตาลี กลุ่ม เอช) , แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ กลุ่ม เอฟ)

ทีมที่ไม่ใช่ทีมวางในรอบ 8 ทีม คือ

แอตเลติโก มาดริด (สเปน กลุ่ม บี) , เชลซี (อังกฤษ กลุ่ม เอช) , บียาร์เรอัล (สเปน กลุ่ม เอฟ) ,อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี  กลุ่ม ดี) , เรด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย กลุ่ม จี) ,ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส กลุ่ม เอ) , สปอร์ติ้ง ลิสบอน (โปรตุเกส กลุ่ม ซี) , เบนฟิก้า (โปรตุเกส กลุ่ม อี)

สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีกมีโอกาสจะได้พบกับทีมไหนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

และทีมไหนเจองานง่าย หรืองานยาก ที่พวกเขาจะต้องพบ

ลิเวอร์พูล คู่แข่งที่มีโอกาสจะได้เจอ : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง , สปอร์ติ้ง ลิสบอน , เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก , อินเตอร์ มิลาน , เบนฟิก้า , บียาร์เรอัล

คู่แข่งที่จะเป็นงานง่ายที่สุด : เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก

คู่แข่งที่จะเป็นคู่แข่งที่ยากที่สุด : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

แมนซิตี้ คู่แข่งที่มีโอกาสจะได้เจอ : อินเตอร์ มิลาน , เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก , แอตเลติโก มาดริด  ,  เบนฟิก้า , บียาร์เรอัล ,  สปอร์ติ้ง ลิสบอน

คู่แข่งที่จะเป็นงานง่ายที่สุด  : เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก

คู่แข่งที่จะเป็นคู่แข่งที่ยากที่สุด : อินเตอร์ มิลาน

แมนยู คู่แข่งที่มีโอกาสจะได้เจอ : เรอัล มาดริด , บาเยิร์น มิวนิค , อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ,   ลีลล์

คู่แข่งที่จะเป็นงานง่ายที่สุด  : ลีลล์

คู่แข่งที่จะเป็นคู่แข่งที่ยากที่สุด :  บาเยิร์น มิวนิค

เชลซี  คู่แข่งที่มีโอกาสจะได้เจอ :  อินเตอร์ มิลาน , แอตเลติโก มาดริด , เบนฟิก้า ,  เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก , ปารีส แซงต์-แชร์กแมง  , สปอร์ติ้ง ลิสบอน

คู่แข่งที่จะเป็นงานง่ายที่สุด  : สปอร์ติ้ง ลิสบอน

คู่แข่งที่จะเป็นคู่แข่งที่ยากที่สุด : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

การแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกจะเริ่ม กันในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2565 กฏใหม่ของรอบน็อกเอาต์ ต่อไปจะไม่มีกฎ อเวย์โกล หรือกฎยิงประตูทีมเยือน อีกต่อไปแล้ว โดยหากนับผลสองนัดแล้วเสมอกัน ก็จะต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที และหากยังเสมอกันอยู่ ก็จะเป็นการดวลจุดโทษ เพื่อหาผู้ชนะต่อไป

อย่าพลาดรับชมและร่วมเชียร์ ในศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ฤดูกาล 2011 / 2022

 

โรมิโอ