โอซิมเฮน ดาวดวงใหม่แห่งทัพอินทรีย์มรกต

โอซิมเฮน คือหนึ่งในกองหน้าที่น่าจับตาที่สุดของยุโรป 

โอซิมเฮน นักเตะจากแอฟริกาจำนวนไม่น้อยมีกองหน้าอย่าง “ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา” เป็นไอดอลในวัยเด็ก
ดาวยิงทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ เป็นนักเตะแอฟริกันยุคหลังที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุด แถมฝีเท้าก็เข้าขั้นท็อปคลาส ที่สำคัญ ดร็อกบา กลับไปช่วยบ้านเกิดในหลาย ๆ ด้าน

ฤดูกาลนี้ โอซิมเฮน คือหนึ่งในกองหน้าที่น่าจับตาที่สุดของยุโรป

นาโปลีภายใต้ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ทำผลงานยอดเยี่ยม สอดคล้องกับฟอร์มส่วนตัวของเขา ดาวยิงวัย  22 ปีทำไปแล้ว  7 ประตูจาก 8 นัดให้กับทีมแห่งเนเปิ้ลส์ ขณะที่ในนามทีมชาติก็ระเบิดตาข่ายต่อเนื่อง โปรแกรมคัดเลือกฟุตบอลโลกทั้งเดือนกันยายน และเดือนตุลาคมตอนนี้ เขาทำประตูได้ตลอดโอซิมเฮน ดังขึ้นมาตอนที่ ลีลล์ ยอมทุ่มเงินถึง 22.4 ล้านยูโร ซื้อตัวมาร่วมทีมในฤดูกาล 2019/20

ส่วนหนึ่ง ลีลล์ ได้เงินมาเยอะจากการขายสตาร์ตัวเก่งอย่าง นิโกล่าส์ เปเป้ แต่อีกส่วน คริสโตฟ กัลติเย่ร์ เทรนเนอร์ลีลล์ รู้ดีว่าเขาจำเป็นต้องเติม ประตูที่ขาดหายไปจากการปล่อย เปเป้ ไปอาร์เซน่อล และ โอซิมเฮน คือเป้าหมาย

ผลงานในเพียงปีเดียวของเขากับ ลีลล์ ก็ดีพอทำให้ นาโปลี ยอมทุ่มเป็นสถิติสโมสรถึง  70 ล้านยูโร เซ็นสัญญามาร่วมทีมในฤดูกาลที่แล้ว น่าเสียดายที่เขาได้รับบาดเจ็บไปถึง  2 เดือน ทำให้เล่นไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย กระนั้นก็ยังทำไป  10 ประตูกับ 3 แอสซิสต์จาก  24 นัดที่ลงสนามในเซเรีย อา

เขาเป็นกองหน้าร่างสูงเพรียว แต่แข็งแรง บังบอลเก่ง ควบไปกับบอลได้ดี การจบสกอร์ใช้ได้ทั้งยิงทั้งโหม่ง
ถึงตรงนี้ ด้วยวัยเพียง 22 ปีแต่ โอซิมเฮน ไม่ได้มีความเป็นสตาร์น้อยกว่าเพื่อนร่วมทีมชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เคเลชี่ อิเฮียนาโช่,        อเล็กซ์ อิโวบี้, วิลฟรีด เอ็นดิดี้ หรือใครก็ตาม

เส้นทางชีวิตของโอซิมเฮน 

มันไม่เคยโรยกลีบกุหลาบ เฉกเช่นเดียวกับนักฟุตบอลจากกาฬทวีปอีกจำนวนมาก
เขาดังขึ้นมาจากการเป็นดาวซัลโว และอันดับ 2 นักเตะยอดเยี่ยมแห่งทัวร์นาเมนต์ของศึกฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ชิลี เมื่อปี 2015 คราวนั้น โอซิมเฮน ในวัยเพียง 16 ปีเศษ ยิงไปถึง 10 ประตู พาไนจีเรีย คว้าแชมป์โลกรุ่นเยาว์เป็นสมัยที่ 5 ทำให้หลายสโมสรในยุโรปให้ความสนใจ

โอซิมเฮน

แต่ย้อนไปก่อนหน้านั้น ชีวิตของเขาต้องต่อสู้อย่างหนักกับความยากลำบาก อยู่ในย่าน โอลูโซซุน เขตโอโจต้า ของกรุงลากอส ซึ่งเป็นย่านที่ทิ้งขยะกว้าง 100 เอเคอร์ มีแต่กองขยะขนาดใหญ่ มันใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา ที่นี่มีบ้านคนอาศัยอยู่ราว 1,000 ครัวเรือน
“ผมเสียแม่ไปตอนเดือนตุลาคม ผมจำปีไม่ได้ด้วยซ้ำ ผมยังเด็กมาก 3 เดือนต่อมา พ่อผมก็ตกงานอีก มันเป็นช่วงที่ลำบากมากๆ ของครอบครัวเรา”
“พี่ชายผมขายหนังสือพิมพ์กีฬา, พี่สาวผมขายส้มตามท้องถนน และตัวผม ขายน้ำดื่มเป็นขวดตามแยกไฟแดงของกรุงลากอส”
“เราต้องเอาตัวรอด เราอดทนด้วยกัน ในตอนเย็น เราจะมารวมกัน เอาเงินที่ได้มาวางบนโต๊ะ เรามอบให้กับพี่สาวคนโต และเธอจะทำอาหารและจัดการทุกอย่าง”
“ส่วนหนึ่งของชีวิตผมคือการดิ้นรนเพื่ออยู่รอด แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมเป็นในทุกวันนี้ มันยากที่จะเจาะจงลงไป แต่ทุกเหตุการณ์ มันหล่อหลอมตัวผมขึ้นมา”
“ที่ที่ผมเติบโตขึ้น คนอยู่อีกฟากของที่ทิ้งขยะ ผมกับเพื่อนๆ เราจะไปที่นั่นกันวันศุกร์หรือวันอาทิตย์ เพื่อหารองเท้า หรือสตั๊ดเก่าๆ เราจะอยู่กันที่นั่นนานเลย มันสนุกนะ เรามองมันเป็นเกม แต่เมื่อคิดดูดีๆ มันคือการต่อสู้เสมอ เรามองหาสตั๊ดจากในกองขยะ”
“บางครั้งคุณก็เจอ คุณหาเจอสตั๊ดไนกี้ข้างขวา แล้วก็เริ่มหาอีกข้าง และสุดท้าย คุณเจอสตั๊ดข้างซ้ายแต่เป็นของรีบ็อค! พี่สาวผมจะเย็บซ่อมแซมมัน และมันก็ใช้ได้ มันคือการเอาตัวรอด”

โอซิมเฮน อยู่กับสโมสรอคาเดมี่ชื่อ “อัลติเมต สไตรเกอร์ส อคาเดมี่”

ไม่เคยเล่นฟุตบอลระดับอาชีพจริงๆ จังๆ ตอนที่ไปโชว์ฟอร์มดีในฟุตบอลโลก ยู17 ซึ่งสุดท้ายเป็น โวล์ฟสบวร์ก ที่ได้ตัวเขาไปครอบครอง เซ็นสัญญาล่วงหน้ากันตั้งแต่ปี 2016
ตอนเดือนมกราคม 2017 หลังจากเพิ่งผ่านวันเกิดครบ 18 ปีของเขามาไม่กี่วัน เค้าก็ได้ย้ายมาอยู่กับโวล์ฟสบวร์ก อย่างเป็นทางการ ด้วยอาการเจ็บที่ติดตัวมา ทำให้เขาแทบไม่ได้ลงสนามตลอดครึ่งหลังของฤดูกาล 2016/17 กระทั่งฤดูกาลต่อมาคือ 2017/18  โอซิมเฮน ค่อยๆ ปรับตัว และมีโอกาสลงเล่นมากขึ้น

ถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนว่าเขายังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเกมระดับบุนเดสลีกาได้ ส่วนใหญ่ในฐานะตัวสำรอง เขาลงเล่น 13 นัด ทำไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว ฤดูกาล 2018/19 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ซุลเต้ วาเรเก้ม และ คลับ บรูช สองทีมใหญ่ในเบลเยี่ยม ต้องการยืมตัวเขาไปใช้งาน แต่เค้าติดมาลาเรีย ในช่วงซัมเมอร์ทำให้ทั้ง 2 สโมสรยกเลิกความสนใจ

ฤดูกาลฟุตบอลเบลเยี่ยมเปิดไปแล้ว 3-4 นัด ปลายเดือนสิงหาคม ชาร์เลอรัว ต้องขาย คาเวห์ เรซาอี ดาวยิงอิหร่านฟอร์มแรงไปให้กับ คลับ บรูช นั่นทำให้ ชาร์เลอรัว ต้องการหากองหน้ามาทดแทน พวกเขาเลยขอยืมตัว จากโวล์ฟสบวร์กไปใช้งาน หลังจากเซ็นสัญญา 1 สัปดาห์ เขาก็ลงเล่นเป็นนัดแรกในฐานะตัวสำรอง แต่ยังทำอะไรไม่ได้มากนัก

22 กันยายน 2018 เป็นครั้งแรกที่เค้า ในวัย 19 ปี จะต้องจารึกไว้ตลอดชีวิต มันเป็นเกมแรกที่เขาลงเล่นตัวจริงให้ชาร์เลอรัว มันเป็นการเจอกับ วาสลันด์-เบเฟเรน โอซิมเฮน ทำประตูได้สำเร็จ มันเป็นลูกเปิดจากด้านขวาในจังหวะสวนกลับเค้าเอาบอลลงได้โดยหันหลังให้ประตู มีตัวประกบอยู่ใกล้ 2 คน เขาไม่มีเวลาและพื้นที่ให้ได้พลิกตัวเพื่อหันหน้าหาปากประตู สิ่งที่เค้าทำคือตอกส้นสุดแรง และบอลก็เข้าประตูไป

ประตูนี้เป็นประตูแรกในฐานะนักเตะอาชีพของเค้าด้วย เป็นการประเดิมด้วยการยิงที่ไม่ธรรมดาเลยจากนั้นก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรมาหยุดเขาอยู่ เค้าทำไปทั้งสิ้น 20 ประตูจาก 36 นัดในทุกรายการให้ชาร์เลอรัว ก่อนมุ่งหน้ากับ โวล์ฟสบวร์กหลังหมดสัญญายืมตัวแม้ว่า ชาร์เลอรัว อยากจะใช้เงื่อนไขซื้อขาดเพราะประทับใจฟอร์มการเล่น แต่เป็น ลีลล์ ที่ยื่นข้อเสนอที่น่าพอใจให้กับหมาป่าเมืองเบียร์มากกว่า ที่สำคัญ ลีก เอิง จะเป็นก้าวที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่าลีกเบลเยี่ยม  เค้าเลยเลือกที่จะย้ายไป ลีลล์ และนับจากนั้น มูลค่าของเขาก็มีแต่ทะยานขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

“ผมคิดถึงสถานที่ที่ผมจากมาอยู่บ่อยๆ และคิดถึงว่าผมอยากไปที่ไหนต่อ ผมยังต้องไปอีกไกล เมื่อผมคิดถึงโอลูโซซุน และสิ่งที่เกิดขึ้นในเขตโอโจต้า… มันไม่ใช่สถานที่ที่มอบคำสัญญาอะไรให้คุณได้เลย แต่ผมไม่เคยยอมแพ้”

“เส้นทางชีวิตผมไม่เคยง่าย เมื่อผมกลับบ้านหรือตอนช่วงว่าง ผมยังไปที่นั่น มันเป็นความมีชื่อเสียงที่ผมต้องจัดการให้ดี เพราะผมก็ต้องมอบความหวังให้กับพวกเขาที่นั่นเช่นเดียวกัน”

น่าสนใจว่าเส้นทางต่อจากนี้ของเค้าจะเป็นอย่างไร นาโปลี จะเป็นต้นสังกัดของเขาไปอีกนานแค่ไหน และเขาจะก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดเดียวกับ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ฮีโร่ของเขาได้หรือไม่

ตารางคะแนน