โอเล่เฮผีคัมแบ็ค การพลิกนรกกลับมาเอาชนะ อตาลันต้า 3-2

โอเล่เฮผีคัมแบ็ค กลับมาชนะ อตาลันต้า อย่างหืดขึ้นคอ

โอเล่เฮผีคัมแบ็ค เชื่อแล้วว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นคนดวงแข็งเป๊กหาตัวจับยากจริง ๆ เพราะ แมน ฯ ยูไนเต็ด เอาตัวรอดในเกมที่สมควรแพ้คาบ้านยิ่งกว่าวันที่แซงชนะ บีญาร์เรอัล เสียอีก ผลงานชนะแค่ 2 จาก 7 นัดทุกรายการและกำลังจะเป็น 8 จากการตามหลัง อตาลันต้า 2-0 ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 29 นาที ด้วยทรงบอลที่แพ้ยับเยิน แต่แข้ง “ปีศาจแดง” ลงสนามในครึ่งหลังได้พกสิ่งที่ไม่มีเลยใน 45 นาทีแรกนั่นคือ energy ดังที่ อาร์แซน เวนเกอร์ วิเคราะห์เอาไว้ระหว่างพักครึ่ง

โอเล่เฮผีคัมแบ็ค

การพลิกนรกกลับมาเอาชนะ อตาลันต้า 3-2

ก่อนขึ้นนำจ่าฝูง UCL กลุ่ม F ที่กลายเป็นโครงการ “คนละครึ่ง” แต่ต่างกันตรงที่เจ้าถิ่นยิงคืนกลับมามากกว่า เป็นการเซฟเก้าอี้ให้ “เฮียยิ้ม” ชนิดที่ว่าวันนี้หล่อระยำจากการแก้เกมเปลี่ยนเอา พอล ป็อกบา และ เอดิสัน คาวานี่ ลงพร้อมกันในนาที 66 จนทำให้จากที่ขึงเกมหนักอยู่แล้วยิ่งดุดันกว่าเดิมหลายเท่าตัว

เราอาจมองกันว่าเล่นแบบนี้ตั้งแต่ครึ่งแรกคงไม่ต้องมาเหนื่อยลิ้นห้อย ในครึ่งหลังแต่อย่างที่บอกแข้ง “ปีศาจแดง” พยายามบุกเพียงแต่ขาด energy และความดุดันซึ่งผิดกับ 45 นาทีหลังจนฝั่ง อตาลันต้า ถึงกับตั้งตัวไม่ติด แต่เราต้องไม่ลืมให้เครดิตเด็กๆของ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ ที่วันนี้ขาดตัวหลักไป 3-4 คนแต่ก็เล่นแบบเดิมคือเพรสหนักจนเจ้าถิ่นขึ้นบอลลำบากและด้วยระบบหลัง 3 ทำให้วิงแบ็คมา “กด” แบ็ค 2 ข้างของ ยูไนเต็ด ไม่ให้ขึ้นบอลง่ายๆอีกต่างหาก

การหุบมาช่วยเซนเตอร์ของ ลุค ชอว์ (อีกแล้ว) ทำให้เป็นที่มาของการเปิดบอลริมเส้นโล่ง ๆ ของ ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า                   จน “ปลาสลิด” ยิง 1-0 แต่ที่ยังแก้ไม่หายคือลูกเซ็ตพีซ ที่ยืนกันเต็มไปหมดแต่ปล่อยให้ เมรีห์ เดมิราล โขกคนเดียวซะอย่างงั้น
ปกติ ยูไนเต็ด ไม่ใช่ทีมที่มาไล่เพรสอะไรคนอื่นอยู่แล้วแต่พอโดนไป 2 ลูกจึงต้องพยายามวิ่งเข้าหาเพื่อให้บอลคายออกมาเร็วที่สุด ความสุ่มเสี่ยมจึงมีมากขึ้นเนื่องจากแผงกลางเบรกเกมไม่เป็นอยู่แล้ว

โอเล่เฮผีคัมแบ็ค อตาลันต้าทีมนี้ หลายทีมรู้พิษสงดี

โดยเฉพาะแฟน ลิเวอร์พูล หลังเคยแพ้คา แอนฟิลด์ 2-0 เมื่อปีที่แล้ว ชนิดที่ว่าเจ้าบ้านยิงไม่เข้ากรอบแม้แต่ลูกเดียว (ตลอดทั้งเกมมีโอกาสแค่ 4 หน) “แบร์กาโม่” ภายใต้การคุมทีมของ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ มีแนวทางการเล่นที่ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมคือเพรสเพื่อแย่งบอลกลับมาและก็บุกบุกบุก หลักฐานการเล่นที่ว่าทำให้ทีม “เทพนิยาย” ยิงถล่มทลายมากถึง 98 ลูกเมื่อฤดูกาล 2019-20 และ 90 ลูกเมื่อซีซั่นที่แล้วแถมยังถือครองสถิติแชมป์ยิงเยอะสุด 3 ปีติดเทห์ๆอีกต่างหาก จึงไม่น่าแปลกใจใดๆที่แม้ขึ้นนำ 2 ลูกแล้วยังไม่เปลี่ยนวิธีเล่นก่อนเจอพายุบุแคมของฝั่ง ยูไนเต็ด ถล่มใส่รัวๆเกือบข้างเดียวจนตั้งตัวไม่ติดและต้องหันมาทำฟาว์ลก่อนถูกใบเหลือง 3 คนภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที

ผมเหลือบไปเห็นการวิเคราะห์ของ พอล สโคลส์ อดีตแข้งผีแดงได้ตำหนิระบบ 4-2-4 ที่ โซลชา ใช้ในวันนี้ (จริง ๆ มันก็คือ 4-2-3-1)
“หมามุ่ย” ชี้ให้เห็นว่าระบบนี้เอามาเล่นกับทีมฝีเท้าจัดในเวทียุโรปมีแต่พังกับพังเพราะเหลือมิดฟิลด์คู่ตรงกลางแค่ 2 คน (เฟร็ด และ แม็คโท) มันไม่พอเนื่องจากผู้เล่นริมเส้นแทบไม่ลงมาช่วยเกมรับเลย แถมบอกด้วยว่าถ้าวันนี้ไม่ใช่ อตาลันต้า แต่เป็น really good team น่าจะโดนถึง 4-5 ลูกไปแล้ว

แต่โดยส่วนตัวผมคิด โซลชา เองก็มีตัวแดนกลางให้เลือกเท่านี้คงจัดให้แหวกแนวมากไปกว่านี้คงลำบากเพราะต่อให้โลกแตกหรือน้ำท่วมแกก็ไม่ใช้งาน ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค อยู่แล้ว (ฮา) ดังนั้นเมื่ออัดตัวรุกไป 4 หากกลางรับไม่ใช่ตัวจริงวันนี้ก็จะเหลือแค่ เนมันย่า มาติช ที่ผมเชื่อว่า เฟร็ด แม้แรงปะทะไม่ดีเท่าแต่​ โซลชา มองในเรื่องของความคล่องตัวมากกว่า

และนั่นก็ทำให้ไม่มีที่ว่างของ ป็อกบา ซึ่งอาจจะเป็นได้ว่าหลุดเพราะเรื่องของแท็คติกส์หรือ (อาจ) เป็นบทสมภาษณ์ตำหนิแท็คติกส์ของ “เฮียยิ้ม” หลังแพ้ เลสเตอร์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายในเวลา 6 นาที “ปีศาจแดง” ขยับจาก “บ๊วย” เป็น “จ่าฝูง” แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือ 2 นัดต่อไปพวกเขาต้องออกไปเยือนทั้ง อตาลันต้า และ บีญาร์เรอัล ที่อาจชี้ชะตา อยู่หรือไปก่อนใช้ ยัง บอยส์ เป็นตัวปิดบัญชีในนัดสุดท้าย

แม้ชัยชนะเกมนี้ได้มาอย่างทุลักทุเลแต่อย่างน้อย 45 นาทีในครึ่งหลังก็แสดงให้เห็นว่าถ้าจะเล่นให้ได้แบบนี้ก็ทำกันได้ (นี่หว่า) และยังได้ประโยชน์เอาไปต่อยอดความมั่นใจและฮึกเหิมก่อนเกม “แดงเดือด” ได้ถูกที่ถูกเวลา เหนือสิ่งอื่นใดการคัมแบ็คหนนี้ทำให้ “เฮียยิ้ม” ซื้อเวลาให้ตัวเอง และเพิ่มเครดิตแบบวงเงินเหลือ ๆ นี่คือข่าวดีที่สุดของทุกคนจริงๆครับ

สถิติ 

– คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ยิงประตูใน แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ “ปีศาจแดง” 3 เกมติดเป็นหนที่ 2 โดยหนแรกย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 ซึ่งเป็นปีที่คว้าแชมป์นั่นเอง
– แมนฯยูฯ เอาชนะในเกม UCL หลังสกอร์ตามหลัง 2 ลูกได้เป็นหนที่ 3 ไม่มีทีมไหนทำได้มากกว่าพวกเขาอีกแล้ว (อาร์เซนอลทำได้ 3 เช่นกัน)
– บรูโน่ แฟร์นานเดซ สร้างโอกาส 8 หนในเกมกับ อตาลันต้า นับเป็นสถิติกับสโมสรที่มากที่สุดในเกมเดียวนับตั้งแต่ซีซั่น 2003-04
– ยูไนเต็ด ยิงลูกที่ 300 ในทุกรายการภายใต้การคุมทีมของ โอเล่น กุนนาร์ โซลชา โดย มาร์คัส แรชฟอร์ด รับเหมาทั้งเป็นคนยิงประเดิมลูกแรกและลูกที่ 300
– แมนฯยูฯ ตามหลัง อตาลันต้า 2-0 ภายใน 29 นาที เป็นการถูกนำ 2 ลูกไวที่สุดในรายการนี้ที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 (20 นาที vs บราก้า) และเกมนั้นก็ชนะ 3-2 เช่นกัน
– ผีแดงยังเก็บคลีนชีตไม่ได้เป็นนัดที่ 12 ติดต่อกันในทุกรายการ โดยสถิติเก่าที่ยืนยาวที่สุดอยู่ที่ 13 นัดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1964

 

#โทนี่ วูธซัมต๊าส

ตารางคะแนน