แม็กไกวร์ฝันร้าย คู่กลาง”แม็คเฟร็ด”เอาไม่อยู่แมนยูโดนยำเละ

แม็กไกวร์ฝันร้าย เมื่อต้องพบกับ 5จุดเปลี่ยน ทำแมนยูพ่ายต่อ เลสเตอร์ ชนิดยับเยิน

แม็กไกวร์ฝันร้าย อีกครั้งจากศึก พรีเมียร์ลีกอังกฤษกับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวานนี้นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ สถานการณ์ของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องกลายเป็น ตกที่นั่งลำบาก หนักมากยิ่งขึ้น หลายเท่าตัวแล้ว

เมื่อเขาได้คุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกไปแพ้ยับ เลสเตอร์ ซิตี้ อย่างขาดลอย 4-2 และต้องหยุดสถิติ ที่ไม่แพ้นอกบ้าน มาเป็นจำนวน 29 นัด เอาไว้จนได้

แม้เกมส์ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม จะเป็นทีมของ กุนซือชาวนอรเวย์ ที่ได้ออกนำก่อนแถม เมสัน กรีนวู้ด เป็นผู้ที่ซัดบอล ตุงตาข่ายได้อย่าง สวยงามอีกด้วย

แต่ลูกตีเสมอ 1-1 ของเจ้าบ้านเลสเตอร์ ซิตี้จาก ยูริ ตีเลอมันส์ ก็สวยสดงดงาม ด้วยไม่แพ้กัน

เมื่อมองถึงโอกาส ทำประตูของ เดอะ ฟ็อกซ์ ซึ่งก็ได้เป็น ดาบิด เด เคอา ยอดนายทวาร คนเก่งอีกตามเคย ที่ช่วยเซฟจังหวะอันตราย

ให้กับทีมเยือน ได้ในหลายจังหวะ แต่แล้วสุดท้าย ก็ไม่อาจหยุดยั้ง พายุในเกมส์บุก ของเจ้าถิ่นได้

แม็กไกวร์ฝันร้าย
แม็กไกวร์ฝันร้าย

แม็กไกวร์ฝันร้าย

เมื่อถึงในตอนนี้ จึงหมายความได้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะ ยังไม่ได้เลย ในเกมส์สังเวียน พรีเมียร์ลีก ช่วงสามนัดหลัง

และก็จะยังมีเกมส์ ที่จะต้อนรับ ลิเวอร์พูล ในนัดต่อไป ในศึกวันแดงเดือดด้วย หลังเปิดบ้านต้อนรับ อตาลันต้า ในเกมส์ แชมเปี้ยนส์ลีก ของนัดกลางสัปดาห์

แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น เรามาตรวจสอบ ถึงห้าประเด็น ที่น่าสนใจ ในเกมส์นัดที่ ผีแดง ออกจากบ้านมาแพ้ให้กับ เดอะ ฟ็อกซ์ อย่างยับเยิน กันสักหน่อยก่อน

1. กรีนวู้ดโชว์ท็อปฟอร์ม

ดาวยิงหนุ่มวัย 20 ปี คลำเป้าประตูแรก ของตัวเองในเจ็ดนัด ได้อย่างเด็ดขาด และดูท่าว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีผลงานที่ดี ในเกมส์นี้หลังจาก ออกสตาร์ตได้อย่างเร่าร้อน เรียกเสียงจากแฟนๆ อย่างลั่นสนาม

แม็กไกวร์ฝันร้าย
แม็กไกวร์ฝันร้าย

จากการประสาน งานกันระหว่าง อาร่อน วาน บิสซาก้า และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ส่งผลจังหวะให้ กรีนวู้ด ง้างเท้าซ้ายสับไกเต็มข้อ ส่งบอลเสียบสามเหลี่ยม เสาสองชนิดสุดงดงาม

และเมื่อเผด็จศึก ได้อย่างเต็มพลังอย่างนั้น ก็จนปัญญาที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล จะเซฟบอลไว้ได้ ซึ่งก็น่าจะ เป็นประตูการเบิกร่องให้ ผีแดง สามารถคว้าสามแต้มเต็ม กลับบ้านได้ซะมากกว่า

2. แม็กไกวร์ฝันร้ายอีกครั้ง เมื่อกลับถิ่นเก่า

หลังจากมีสกอร์ ขึ้นนำได้เพียงแค่ 12นาที ผีแดง ก็ต้องเสียประตู คืนให้กับเจ้าบ้าน ได้อย่างง่ายดาย เกินการคาดคิด โดยที่มันเกิด จากจังหวะที่ เด เคอา ผ่านบอลสั้นๆ และไม่ได้มีอันตราย เลยแม้แต่น้อย ให้กับยอดกัปตันทีม

แต่แล้วแทนที่จะเปิดเกมสิเร็ว แม็กไกวร์ กลับเงื้อง่าราคาแพง รอจังหวะบอลอยู่ จนถูก เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ ที่มีความไวสูงมากฉกบอลไป สร้างปัญหาให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ที่เป็นทีมเยือน

แม็กไกวร์ฝันร้าย
แม็กไกวร์ฝันร้าย

จนในที่สุด ยูริ ตีเลอมันส์ ทีมชาติเบลเยี่ยม ก็แสดงให้เห็น ถึงความเหนือชั้น เมื่อรับบอลจากทีมเมทแล้ว ก็บรรจงตักยิงบอลโด่ง จากริมเส้นเขตโทษ เสียบเข้าใต้เพดาน ที่เสาสองชนิดที่ ผู้รักษาประตูสแปนิช ทำได้แค่ใช้สายตาเซฟ แบบเศร้าๆ

เมื่อเป็นเช่นนี้ มันจึงดูจะต้อง เป็นความรับผิดชอบของ แม็กไกวร์ ไปเต็มๆ ที่ทำให้ทีม เสียประตูตีเสมอ 1-1 และเหมือนจะส่งผล ให้รูปเกมส์โดยรวมของ ผีแดง แกว่งเป็นลูกตุ้ม เสียกระบวนท่า นับจากนั้นไปด้วย

3. แผงกลางแมนยูที่แสนจะอ่อนด้อย

ไม่น่าเชื่อว่า การที่ต้องขาด เฟร็ด มิดฟิลด์ที่แฟน ผีแดง พากันไม่ปลื้ม เอาเสียมากๆ นั่นจะส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสียหายได้ถึงเพียงนี้

น่าเสียดายที่มิดฟิลด์ ทีมชาติบราซิล ติดภารกิจ รับใช้ชาติในศึก ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซลชา จึงเลือกมอบหมาย หน้าที่ดังกล่าวให้กับ เนมานย่า มาติช ลงประสานงานร่วมกับ ปอล ป็อกบา

 

แม็กไกวร์ฝันร้าย
แม็กไกวร์ฝันร้าย

แต่จะอย่างไรก็ดี ต้องไม่ลืมว่า ป็อกบา ผ่านการลงเล่น ให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ในเกมส์เนชั่นส์ลีก เช่นเดียวกันกับ ราฟาแอล วาราน ที่ต้องบาดเจ็บ

เจ้าตัวจึงดู จะขาดความสด และทำให้แดนกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูจะตกเป็นรอง เลสเตอร์ อย่างเห็นได้ชัดเจน

เมื่อทำไปทำมาคู่กลาง “แม็คเฟร็ด” น่าจะถูกแฟน ปีศาจแดง นึกถึงอีกครั้ง เพราะบางทีหาก มีคู่นี้ลงสนาม เล่นด้วยกัน จอมทัพอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก็น่าจะมีอิสระ ในการทำเกมส์รุก ให้กับทีมได้อย่างเต็มที่

4. แรชฟอร์ดกลับมาสอยประตู

และในที่สุด เขาก็กลับมา มีส่วนร่วมกับทีม ในเกมส์บุกมาเยือน จิ้งจอกสยาม ในนาทีที่ 65 แถมซัดประตู ให้กับทีมได้ ด้วยอีกต่างหาก

แรชฟอร์ดกลับมาสอยประตูตาข่าย
แรชฟอร์ดกลับมาสอยประตูตาข่าย

ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ที่จนป่านนี้แล้ว เจดอน ซานโช่ ยังโชว์ฟอร์มเข้มในสีเสื้อ เร้ด เดวิลส์ ได้ไม่ดีพอ จนต้องหลีกทางให้กับ แรชฟอร์ด ไปแต่โดยดี

และในที่สุด ดร.ป้ายแดง ก็อาศัยความเร็ว สอยประตูตาข่าย ให้กับต้นสังกัดได้เป็นประตูตีเสมอ 2-2 ของเกมส์ ในช่วงเวลา แปดนาทีสุดท้าย

5. วาร์ดี้ ผู้จุดประกายชัยชนะให้กับ เดอะฟ็อกซ์

หลังจากที่ แรชฟอร์ด ได้ฉลองประตู ได้ชั่วพริบตาเดียว ก็เป็นทีของ เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าตัวจัดจ้านของ เลสเตอร์ ที่เรียกเสียงเฮจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส และแฟนบอล เดอะฟ็อกซ์ ได้อย่างฉับไวทันที

แม็กไกวร์ฝันร้าย
แม็กไกวร์ฝันร้าย

กระทั่งจังหวะที่ ทิโมธีย์ คาสตาลเญ่ เบียดแย่งบอลไปจาก อาร่อน วาน บิสซาก้า และจ่ายบอลออกปีก ไปให้กับ อโยเซ่ เปเรซ ผู้เป็นตัวสำรอง

ดาวเตะเลือดกระทิง ก็ป้อนบอลให้ อดีตหัวหอก ทีมชาติอังกฤษ กระทุ้งบอลแบบเด็ดขาดสุดกำลังที่ เด เคอา จะปัดป้องได้ไหว

เท่านั้นก็ยังไม่พอ แพตสัน ดาก้า ตัวสำรองอีกราย ก็มาตอกย้ำ ชัยชนะแบบ ร้อยเปอร์เซนต์ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพิชิตชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างยิ่งใหญ่

 

 

 

 

 

 

ตารางคะแนน