แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับทรงบอลที่ดูมีความหวังขึ้นมา ภายใต้การคุมทีมนัดแรกของ ราล์ฟ รังนิก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ราล์ฟ รังนิก บอสใหม่ของทีมชาว เยอรมัน นั้น มีเวลาซักซ้อมแผนการเล่นใหม่รวมทั้งแท็คติกต่าง ๆ เพื่อทำทัพ ผีแดง ให้ทำความเข้าใจ และตอบสนอง แค่ไม่กี่ชั่วโมงกอ่นที่จะเปิด สนาม โอลด์แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของทีม ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ ดังนั้นอาจไม่ใช่เรื่อง่ายที่แข้ง ปีศาจแดง ในปัจจุบันจะคุ้นเคยกับระบบเพลสซิ่งของกุนซือชาว เยอรมันนี คนใหม่ ซึ่งเป็นแผนการเล่นที่กดดันคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา และแตกต่างจากสมัยของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาว นอร์เวย์ คนเก่าที่เคยคุมทัพ ปีศาจแดง ในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา และแฟน ๆ ผีแดงนั้นมั่นใจว่า การมาของ รังนิก จะนำพาความมั่นใจ ความศรัทธา และความสำเร็จมาสู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้อย่างที่หวัง ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของ รังนิก นั้นอาจเป็นสิ่ง “การันตี” ได้เป็นอย่างดี

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ชัยชนะด้วยสกอร์ 1-0 และการรักษา คลีนชีต ไว้ได้

สิ้นเสียงนกหวีดจบ 90 นาทีที่ สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยผลที่เจ้าบ้านเฉือนชนะผู้มาเยือนด้วยสกอร์ 1-0 และสามารถรักษา คลีนชีต ในการเล่นใน สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ของตนเองไว้ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 16 เกม ทำให้เห็นได้ว่าทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ทรงบอลนั้นดีขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ อย่างเห็นได้ชัด ไม่เล่นสะเปะสะปะหรือจับฉ่ายอย่างที่เจอในหลาย ๆ เกมที่ผ่านมาโดยช่วง 30 นาทีของช่วงครึ่งเวลาแรก ทีมเจ้าบ้านเป็นฝ่ายกดดันผู้เยือนชนิดหายใจหายคอกันแทบไม่ทัน ครองบอลบุกแบบต่อเนื่อง และเมื่อเสียการครองบอลก็ช่วยกันเพรสกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นภาพที่แฟนบอลไม่ค่อยคุ้นเคยสักเท่าไร แต่น่าเสียดายที่พลพรรค ปีศาจแดง น่าจะทำประตูได้มากกว่านี้จากจังหวะการจบสกอร์ที่หลายคนมองน่าจะได้ประตู แต่สิ่งที่ รังนิก นั้นตั้งใจคือคว้า 3 แต้ม และเก็บคลีนชีตสำเร็จ

สำเร็จนัดแรกภายใต้การคุมทีมของ ราล์ฟ รังนิก

หลังจบเกม รังนิก เปิดจากกับสื่อเลยว่า ในนัดนี้เขาไม่ความจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวนักเตะจากชุดเดิมในนัดที่เปิดบ้านเฉือนทีมยักษ์ใหญ่จาก ลอนดอน ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ด้วยสกอร์ 3-2 เมื่อกลางเกมสัปดาห์ที่ผ่านมา ในเมื่อนักเตะกำลังมั่นใจ และทุกคนมีสภาพความฟิตที่โอเค ระบบการเล่นแบบ 4-2-3-1 ที่แฟนบอลต่าง ๆ คุ้นตาถูกปรับเปลี่ยนใหม่มาเป็นระบบการเล่นแบบ 4-2-2-2 ซึ่งการยืนตำแหน่งแบบนี้ทำให้พื้นที่การวิ่งของนักเตะแตกต่างไปจากเดิม และครอบคลุมมากยิ่งขึ้นซึ่งสูตรนี้ รักนิก ใช้บ่อย ๆ และทราบจุดแข็งจุดด้อยในระบบการเล่นแผนนี้เป็นอย่างดี ตั้งแต่สมัยที่รับหน้าที่เป็นกุนซือของทีม ฮอฟเฟ่นไฮม์ หรือทำหน้าที่เทรนเนอร์ให้กับทีม แอร์เบ ไลป์ซิก 2 ทีมแห่ง บุนเดสลีกา ลีก ประเทศ เยอรมัน

รักนิก กล่าวว่ายังต้องเรียนรู้ และทำความคุ้นเคยกับนักเตะไปอีกเรื่อย ๆ ซักระยะ เพราะผู้เล่นจะต้องศึกษาระบบการเล่นแบบนี้ เพื่อต่อยอดไปสู่ความสำเร็จในเป้าหมายเดียวกัน และในนัดนี้นักเตะเองน่าจะมีความสุขกับเรื่องราวมที่เกิดขึ้นมากมายในเกม ซึ่งบางคนอาจเริ่มมองเห็นอนาคตบ้างแล้วหลังจากที่มองเห็นเพียงความหวังที่ริบหรี่มานาน จนคิดว่าอาจต้องย้ายทีมเพื่อค้นหาความสำเร็จในอาชีพนักฟุตบอลของตนเอง

การเปลี่ยนมาเล่นในระบบ 4-2-2-2 นั้นได้สร้างฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นขึ้นมากับนักเตะหลายคนของแข้ง ปีศาจแดง ในเกมนี้เริ่มจากคู่ที่ประจำตำแหน่งหน้าแผงรับคือ เฟร็ด กับ สก็อต แม็ค โทมิเนย์ ซึ่งแฟนบอลเห็นฟอร์มการเล่นที่มีความแตกต่างจากเกมนัดก่อน ๆ อย่างเห็นได้ชัด ทั้ง 2 คน วิ่งทำงานอย่างหนัก และเมื่อเสียการครองบอลก็สามารถนำกลับมาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังคอยลำเลียงบอลจากแดนหลังสู่แดนหน้า

อีกคู่นักเตะที่น่าสนใจในเกมนี้คือตำแหน่ง ฟูลแบ็ก ทั้ง 2 ข้างคือ ดีโอโก้ ดาโล่ต์ แข้งทีมชาติ โปรตุเกส และ อเล็ก เตลลิส นักเตะชาว บราซิลเลี่ยน พวกเขาทั้ง 2 คน สามารถทำผลงานได้ดีต่อเนื่องมาจากเกมที่เจอกับทีม ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ทั้งคู่มีอิสระเติมเกมรุกอยู่เรื่อย ๆ ตัวของ ดีอาโก้ ดาโล่ต์ เองนั้นโชว์การช่วยเหลือเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในการดันเกมขึ้นไปครอสบอลได้อันตรายในหลาย ๆ จังหวะอย่างมั่นใจ ซึ่งมันสมควรจะต้องเป็นแบบนั้น

เช่นเดียวกับ อเล็กซ์ เตลลีส ก็ดันสูงขึ้นมาในจังหวะที่ทีมกำลังกดดันคู่แข่งได้อย่างดี และในบางครั้งก็วิ่งเข้าด้านในเพื่อหาจังหวะซัดนอกกรอบเขตโทษสวย ๆ ในแบบที่ตัวของ อเล็กซ์ เตลลีส เองนั้นถนัด

เป็นที่น่าเสียดายทั้งตัวของ ดีอาโก้ ดาโล่ต์ และ อเล็ก เตลลิส น่าจะช่วยทีมได้ดีกว่านี้ เพราะพวกเขาได้ลงเป็นตัวจริงเพียง 4 นัดเท่านั้น ในตอนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือคนเก่าชาว นอร์เวเจี้ยน ยังคุมทีมอยู่

3 มิดฟิล แดนกลางอย่าง เจดอน ซานโช่ แข้งชาวอังกฤษ ที่ฟอร์มไม่ค่อยเข้าตาแฟนบอลเท่าไหร่ นับตั้งแต่ย้ายมาจากถิ่นของทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ของ บุนเดสลีกา ลีก ใน เยอรมันนี และ บรูโน่ เฟอร์นันเดส นักเตะชาว โปรตุกีส รวมไปถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด ปีกซ้ายชาว อังกฤษที่ฉีกตำแหน่งออกมาด้านข้างในบางจังหวะก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างดี

ส่วนหน้าเป้าอย่าง ซีอาร์7 คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ แข้งหัวหอก ดาวยิง ทีมชาติ โปรตุเกส ก็มีส่วนในการช่วยลุ้นประตูในเกมนี้ไม่น้อยเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงระบบการเล่นที่ปุปปับเช่นนี้ รังนิก นั้นยอมรับว่ามีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะได้ซักซ้อมพูดคุยกับแข้ง ปีศาจแดง แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ และกลัวว่านักเตะอาจตอบสนองไม่ทัน

แต่ยังไงก้ต้องหาวิธีการเล่นเพื่อที่จะกดดันทีม คริสตัล พาเลซ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ และต้องเป็นแบบต่อเนื่องทั้งเกม เพื่อคว้า 3 แต้มมาครองต่อหน้าแฟน ๆ ที่เข้ามาเชียร์ในสนาม โอลด์แทรฟฟอร์ด และหวังจะได้เห็นทีมที่ตัวเองเชียร์ฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้น ภายใต้การคุมทีมนัดแรกของ ราล์ฟ รังนิก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ 7 นัดถัดไปที่ต้องจับตามมองว่าจะเก็บได้กี่แต้ม

ในเกมลีกนัดถัด ๆ ไปอีกประมาณ 7 นัดของทัพ ผีแดง น่าจับตาดูเลยที่เดียวเพราะพิจารณาจากคู่แข่งแล้วไม่น่าหนักหนาอะไรมากมาย เริ่มตั้งแต่สุดสัปดาห์หน้าที่ต้องพบกับทีมบ๊วยของตารางคะแนน นอริช ซิตี้ (เยือน)

ทีมน้องใหม่ เบรนท์ฟอร์ด (เยือน)

ทีมจอมล้มยักษ์ ไบรท์ตัน (เหย้า)

ทีมรองบ๊วยของตารางคะแนน นิวคาสเซิ่ล (เยือน) ,และ เบิร์นลี่ (เหย้า)

ทีม เจ้าหมาป่า วูล์ฟแฮมป์ตัน (เหย้า)

และทีม สิงห์ผงาด แอสตัน วิลล่า (เยือน) ของ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ที่ฟอร์มกำลังดีในช่วงนี้ แต่ก็ยากที่จะบอกว่าพลพรรค ปีศาจแดง จะเก็บได้กี่แต้มกับ 7 เกมที่กำลังจะมาถึง

และไม่มีความง่ายกับการการันตีชัยชนะแบบสบาย ๆ กับทุกเกมเพราะฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้นั้นแต่ละทีมขับเคี่ยวกันอย่างสูงมากซึ่งแฟน ๆ เรดอาร์มี่ หวังจะได้เห็นคือ “บอลสไตล์รังนิก” ที่เต็มไปด้วยประสิทธิ์ภาพและการเล่นแบบเอนเตอร์เทนผู้ชมจะช่วยคืนความสุขให้กับเหล่าบรรดากองเชียร์ได้อย่างแท้จริง

 

Amuro Ray