เยอรมัน ยุคใหม่ของ ฮันซี ฟริค พลิกมุมมองในแง่ดีให้กับทีมชาติได้อย่างไร

เยอรมัน เมื่อ 6 เดือนก่อนของทีมชาติ ประสบความอัปยศครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของพวกเขา

เยอรมัน พ่ายแพ้ 2 – 1 ในเดือนมีนาคม ให้กับ มาซิโดเนียเหนือ ซึ่งเป็นเกมที่เสียหายมาก จากเกมรอบคัดเลือกในบ้านของพวกเขาเอง และเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของพวกเขา หลายคนมองว่า นี่เป็นหลักฐานเพิ่มเติมของวิกฤตในฟุตบอล เยอรมัน หลังจากที่ ตกรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลกปี 2018 แบบสุดช็อคแฟนบอลมาแล้ว

ผู้จัดการทีม โยอาคิม เลิฟ ได้ประกาศไปแล้วว่าเขาจะสิ้นสุดการคุมทีม 15 ปี ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนทัพ อินทรีย์เหล็ก หลังจากการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่จบลง ด้วยความพ่ายแพ้อย่างเบ็ดเสร็จ ของอังกฤษในรอบ 16 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ด้วยการแข่งขันคืนวันจันทร์ใน มาซิโดเนียเหนือ ที่จะทำการลงแข่งงขัน แฟน ๆ ของ เยอรมนี เห็นเหตุผลสำหรับการมองโลกในแง่ดีอีกครั้ง

ฮันซี ฟลิค บอสคนใหม่ที่ย้ายมาร่วมทีมหลังจากคุม บาเยิร์น มิวนิค มา 18 เดือน ได้นำพวกเขาไปสู่ชัยชนะ 4 ครั้งจาก 4 เกม ในรอบคัดเลือก รวมถึง 3 คลีนชีต และการกลับมาสู่แนวทาง ‘บาวาเรีย’ ซึ่งทัพ อินทรีย์เหล็ก ใช้ความสำเร็จส่วนใหญ่ของพวกเขา

ความลังเลน้อยลง การปกครองแบบ บาวาเรีย มากขึ้น

เยอรมัน

ความพ่ายแพ้ต่อ มาซิโดเนียเหนือ ซึ่งรั้งอยู่ในอันดับที่ 65 ของ ฟีฟ่า แรงค์กิ้ง ในขณะนี้ ได้ตอกย้ำทุกสิ่ง ที่ผิดพลาดกับทีมชาติ เยอรมัน ในช่วงหลังของการคุมทีมของ โยอาคิม เลิฟ

พวกเขาครองบอลได้แทบจะทั้งหมดตลอดทั้งเกม แต่การเดินเกมในสนามค่อนข้างช้ามาก ๆ และไม่มีการเคลื่อนที่เข้าหาบอล ในเวลาที่เสียบอล ซึ่งทำให้ส่งผลกับเกมรุกพอสมควร ทำให้เกมดูอึดอัดไปซะดื้อ ๆ ทั้งที่เกมรับของ มาซิโดเนีนเหนือ แทบจะไม่มีอะไรพิเศษมากนัก ในเกมนั้น แต่เยอรมัน เองก็ไม่สามารถเจาะเกมรับของ มาซิโดเนียเหนือ ได้เลย และความกะตือรือร้นในการที่จะเอาบอลคืนกลับมาเล่นในเกมนั้น แทบจะไม่มีกันเลยทีเดียว 

ด้วยการใช้แนวทางการเล่น แบบเดียวกับที่เขาทำกับ บาเยิร์น ฮันซี ฟลิค ได้เพิ่มความสามารถกับทัพ “อินทรีย์เหล็ก” เยอรมนี ในการรับแรงกดดันจากคู่ต่อสู้ของพวกเขา แล้วความลังเลในการป้องกัน และแนวทางที่เน้นความแน่นอนเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นลักษณะการเล่นของพวกเขาอยู่แล้วนั้น เกิดขึ้นเมื่อ ฮันซี ฟริค ต้องการจังหวะเพรสสูง สไตล์ที่เดินหน้า และกดดันสูง

เนื่องจากแนวทางดังกล่าว เป็นองค์ประกอบทั่วไปของเอกลักษณ์ฟุตบอลของ บาเยิร์น มิวนิค และผู้เล่นหลักหลายคนอยู่ภายใต้สัญญากับแชมป์ เยอรมัน จึงกลายเป็น บาวาเรีย มากขึ้น – ในขณะที่มันกลับมาเป็นสไตล์ที่พวกเขาใช้ได้ดีระหว่างปี 2549 ถึง 2557

ที่กล่าวว่า ฮันซี ฟริค ไม่เพียงแต่จับตาดูอดีตเจ้านายของเขา และเพิกเฉยต่อสโมสรอื่น ๆ

เขาติดต่อกับโค้ชฝีมือดีหลายคน เช่น โธมัส ทูเคิ่ล ของ เชลซี, เป๊ป กวาดิโอล่า ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ของ เปแอสเช โค้ชทั้ง 3 คน คุมทีมชาติ เยอรมัน

นอกจากนี้ เขายังสนับสนุนให้ผู้จัดการทีม บุนเดสลีกา เสนอไอเดียแท็คติกให้กับทีมชาติอีกด้วย แฟรงค์ เครเมอร์ ผู้บริหาร อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ สโมสรที่ไม่มีนักเตะทัพ อินทรีย์เหล็ก คนปัจจุบัน ได้ยืนยันต่อสาธารณชนแล้วว่า แม้แต่เขาก็ยังได้รับอนุญาตให้ “เสนอแนะ” ได้

เมื่อ ฮันซี ฟริค ตัดสินใจที่จะแนะนำการเปลี่ยนแปลงแทคติก เช่น การโยก ลีรอย ซาเน่ จากปีกขวาไปเล่นปีกซ้าย เขาได้พูดคุยกับ ยูเรี่ยน นาเกลส์มันน์ โค้ชของ ลีรอย ซาเน่ เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งสองอยู่ในหน้าที่เดียวกัน มาทดแทนกันได้ทันที

ฟลิค รู้ดีว่าเขาไม่สามารถพึ่งพาความถนัดของผู้เล่นที่เล่นเกมรุก ได้เพียงผู้เดียวและต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเขาอย่างเฉพาะเจาะจง ในเกมกับ อาร์เมเนีย และ ไอซ์แลนด์ ลีรอย ซาเน่ เล่นอยู่ริมเส้นด้านข้าง ในบทบาทนั้นอย่างโดดเดี่ยว ดังนั้นเขาจึงสามารถเล่นแบบตัวต่อตัวที่เป็นจุดแข็งที่สุดของเขาอยู่ ในขณะเดียวกัน แซร์จ กนาบรี้ เล่นในบทบาทสลับทางด้านขวา และทำประตูได้หลายครั้ง และทำประตูได้ 3 ครั้ง

รุ่นต่อไปอยู่ที่นี่แล้ว

เยอรมัน

เยอรมัน มีกลุ่มผู้เล่นที่เป็นที่ ทั่วโลกต่างให้การยอมรับสำหรับ สไตล์การเล่นเกมรุก ในรูปแบบ 4- 2- 3- 1 ของ ฮันซี ฟริค ในขณะที่ รุ่นต่อไปมีแนวโน้ม ที่จะเล่นเกมบุก แบบทะลุ ทะลวง

แล้วเบื้องหลังนักเตะอย่าง ลีรอย ซาเน่, แซร์จ กนาบรี้, มาร์โก รอยส์ และ โทมัส มุลเลอร์ ต่างก็มีพรสวรรค์สูง เช่น จามาล มูเซียร่า ของ บาเยิร์น มิวนิค, โฟลเรี่ยน เวียร์ทซ ของ เลเวอร์คูเซ่น และ ไค ฮาแวทซ์ ของ เชลซี พวกเขาน่าจะนำทัพ อินทรีย์เหล็ก เข้าสู่ช่วงที่ 2 ของยุคนี้

กับ คาริม อเดเยมี่ ที่กำลังเล่นให้กับ เร้ดบูลส์ ซัลส์บวร์ก ทำให้ทีมชาติ เยอรมนี อาจมีหมายเลข 9 ที่แท้จริงอีกครั้งก็ได้ หลังจากหลายปีของการใช้มิดฟิลด์ตัวรุก มาล่นในตำแหน่งกองหน้า

มีข่าวลือว่าทั้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ บาเยิร์น มิวนิค อาจจะไล่ล่าคว้าตัว อเดเยมี่ ในซัมเมอร์หน้า กองหน้าที่เกิดใน มิวนิค ถูกปล่อยออกจาก อคาเดมี่ของ บาเยิร์น มิวนิค เมื่ออายุ 10 ขวบด้วยเหตุผลด้านวินัย เป็นไปได้ที่เขาต้องการกลับบ้านเกิดและสวมเสื้อให้กับแชมป์ บุนเดสลีก้า บาเยิร์น มิวนิค อีกครั้ง

สิ่งที่ดีสำหรับเขาคือการปรากฏตัวในทีมชาติทำให้เขาได้ลองเล่นในสไตล์ บาวาเรีย เป็นครั้งแรก

ตารางคะแนน