เฟอร์นันโด เรดอนโด้ มิดฟิลด์ตัวรับ ทีคลาสบอลดีพอจะเป็น เพลย์เมคเกอร์

เฟอร์นันโด เรดอนโด้ ทักษะและคลาสบอลดีเกินไปที่จะเป็นกองกลางตัวรับ 

เฟอร์นันโด เรดอนโด้ เคยทำให้ท่าน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ถึงกับหลุดปากออกมาว่า

“หมอนั่นใส่อะไรไว้ในรองเท้าน่ะ แม่เหล็กหรือเปล่า ?”

หลังจากที่เห็น เฟอร์นันโด เรดอนโด้ โชว์ลีลาขั้นเทพ เผาเครื่องกองหลังชาว ไวกิ้ง ของแมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง เฮนนิ่ง เบิร์ก จนหว่างขาไหม้เกรียมมาแล้ว ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์​ ลีก ปี 2000

สไตล์การเล่น Deep lying playmaker 

เฟอร์นันโด

 

เฟอร์นันโด เรดอนโด้ คือหนึ่งในผู้เล่นตำแหน่ง Deep lying playmaker ในยุคแรก ๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งเราจะเห็นไม่กี่คนนัก ที่เล่นสไตล์นี้

ตลอดอาชีพการค้าแข้งของ เรดอนโด้ เขาเล่นให้กับ 4 สโมสรเท่านั้น โดยเริ่มต้นเล่นฟุตบอลจาก อาร์เจนติโนส จูเนียร์ ในประเทศบ้านเกิด แล้วย้ายสู่แดนกระทิงดุ

ไปอยู่กับ เตเนริเฟ่ และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนถูก ราชันย์ชุดขาว เรอัล มาดริด คว้าตัวไปร่วมทีม ก่อนที่จะอยู่กับ เรอัล มาดริด ยาวนานถึง 6 ปี และเลือกความท้าทายใหม่ มาค้าแข้ง​ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กับ เอซี มิลาน จนกระทั่งอำลาสนามไปในปี 2004

ผู้เล่นที่ เรดอนโด้ ชื่นชอบและเป็นแบบอย่างคือ ริคาร์โด้ โบชินี่ อดีตนักเตะ ฟ้า – ขาว ชุดแชมป์โลกปี 1986 ที่ เม็กซิโก โดยจุดเด่นของ โบชินี่ คือการจ่ายบอลที่แม่นยำ ทะลุช่องที่เข้าขั้นที่ว่า มองด้วยตาเปล่ายังเห็นได้ชัดว่ามัน ทะลุช่องของจริง ซึ่งแฟนบอลในยุคนั้น พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อาร์เจนติน่า ชุดนั้น นอกจาก ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่เป็นทุกอย่างของทีมแล้ว ก็ยังมี ริคาร์โด้ โบชินี่ คนนี้นี่เอง ที่ทำงานปิดทองหลังพระปั้นเกมให้ มาราโดน่า ได้ฉายแสง เจิดจรัส จนนักเตะคนอื่น ๆ ถูกลืมกันเลยทีเดียว ทั้งที่ในชุดนั้น ก็มกองกลางดี ๆ อย่าง ฮอร์เก้ เบอร์รูชาก้า อีกคนที่คอยช่วย มาราโดน่า อยู่เงียบ ๆ อีกคนนึง

แต่อิทธิพลใน​การเล่นของ โบชินี่ มันได้ส่งผลต่อมายัง เรดอนโด้ อย่างไม่รู้ตัว ดาวเตะผมบ๊อบ หน้าหล่อคนนี้ ยอมรับว่า ชอบการเล่นเป็นกองกลางตัวรับมากกว่าตัวรุก แต่ตัวเขาก็มีความสุขกับการทำเกม คอยจ่ายบอลให้เพื่อนได้ยิงประตูในเวลาเดียวกันอีกด้วย

ในช่วงที่เขาเริ่มติดทีมชุดใหญ่ของ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ ใหม่ ๆ สไตล์การเล่นของเขา ถือว่าคือสิ่งแปลกใหม่ ในยุคนั้นเลยทีเดียว เขาเล่นเป็นกองกลางตัวรับ ที่ยืนอยู่หน้าแนวรับของทีมก็จริง แต่ฝีเท้า ทักษะ เทคนิค ลีลาการเล่นกลับจะไปในการเป็นตัว เพลย์เมคเกอร์ ซะมากกว่า เขาไม่ใช่นักเตะประเภทที่เล่นดุดัน เข้าบอลหนัก ไล่ตัดเกมอย่างบ้าคลั่ง อย่างที่มิดฟิลด์ตัวรับทั่วไปเขาทำกัน แต่เขาจะมีทักษะการอ่านเกม ยืนดักทางบอล แล้วส่งบอลทะลุช่องจากแนวรับ ไปถึงกองหน้า แบบ ไดเร็คฟุตบอล พูดง่าย ๆ คือ ตาเหยี่ยว ดี ๆ นี่เอง ซึ่งนั่นเลยทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่โดดเด่นขึ้นมาในทันที ในสายตาแฟนบอล

แล้วเมื่อมีโอกาสได้มาอยู่กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง  เรอัล มาดริด เขากลายเป็นนักเตะที่ ฮอร์เก้ วัลดาโน่ โปรดปราณคนนึง เนื่องจากมีสไตล์ที่แตกต่าง เล่นได้หลากหลายในแดนกลาง ซึ่งต่างจากคนอื่นภายในทีม เรดอนโด้ มีการเล่นที่ใช้สมอง อ่านเกมที่เก่งมาก เขามักจะไปอยู่ในที่ที่บอลผ่านเสมอ และไปตัดบอลได้บ่อยครั้งทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องวิ่งมากเหมือนกองกลางตัวรับทั่วไปแถมยังมีสกิล การจ่ายบอลตัดแนวรับจากแดนหลังของเขา ยังเป็นลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ทำให้พวกตัวรุกของ เรอัล มาดริด เล่นง่ายมากขึ้นอีกด้วย

ในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เฟอร์นันโด เรดอนโด้ ประสบความสำเร็จมากมายกับ เรอัล มาดริด  เขาคว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน 2 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีก 2 สมัย โดยหนึ่งในเกมที่เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของเขาคือ วันที่ต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยู​ไนเต็ด เมื่อตอนปี 2000

ช็อตสำคัญที่แฟนบอลทั่วโลกไม่มีวันลืม ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เฟอร์นันโด

วันนั้น เป็นเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยเตะที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมนั้น เรดอนโด้ คอยคุมเกมแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม แทบไม่มีข้อผิดพลาดอะไรเลย เขาดึงจังหวะเกมสลับช้าเร็ว คุมจังหวะเกม และทุกครั้งที่บอลออกจากเท้าของเขา ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยคุณภาพทุกลูก หวังผลได้แทบทุกครั้ง

ส่วนช่วง ไฮไลท์สำคัญของเกมนี้ เกิดขึ้นในนาทีที่ 52 ของเกม เมื่อ เรดอนโด้ พาบอลมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย โดยมี เฮนนิ่ง เบิร์ก กองหลัง แมนฯ ยู ตามประกบติด

ถ้าพูดกันตามตรง จังหวะนั้น เฮนนิ่ง เบิร์ก ก็ทำหน้าที่ได้ดีแล้ว ที่เขาบีบให้ เรดอนโด้ ต้องเล่นในทางแคบ เพื่อเล่นยาก และไม่มีพื้นที่ แต่ดาวเตะพรสวรรค์สูง

ชาวอาร์เจนไตน์ คนนี้กลับทำสิ่งที่ ต้องทำให้แฟนบอลในสนาม ต้องฮือฮา และโอ้โห ไปตามกัน เมื่อเขาโชว์สเต็ปเทพ ดึงบอลแล้วตอกส้นหนีการประกบแบบนิ่ม ๆ 

จากนั้นก็สปีดไปเล่นที่บอล ก่อนจะตบเข้ากลางให้ ราอูล กอนซาเลซ ชาร์จเข้าไป สบาย ๆ นิ่ม ๆ แบบไม่มีอะไรง่ายไปกว่านี้อีกแล้ว เข้าประตูไปอย่างง่ายดายมาก ๆ ถือว่าเป็นจังหวะที่ต้องจดจำจริง ๆ

มันคือชอตในตำนานที่แม้แต่แฟนบอลปีศาจแดงเอง ยังยอมรับ และยกนิ้วให้ในจังหวะความเหนือชั้นของเขา

ในขณะที่ ราอูล ผู้ทำประตูนี้ กลับมีท่าทีเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรเลย

“พวกเราไม่ได้แปลกใจอะไรมากนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเขาทำสิ่งมหัศจรรย์​ในสนามซ้อมให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แต่ความนิ่งหลังจากช็อตนั้นที่เขาแสดงออกมาต่างหาก คือคุณภาพขั้นสูงที่บอกว่าตัวเขานั้นเป็นนักเตะที่มีความปราณีตต่อเกมลูกหนังมากแค่ไหน” ราอูล กล่าว

และเส้นทางของ เรดอนโด้ ก็มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเขาได้ย้ายออกจาก เรอัล มาดริด ไปอยู่กับ เอซี มิลาน ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 2 โดยการย้ายทีมครั้งนั้น เขามีค่าตัวสูงถึง 11 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นการย้ายที่มีมูลค่าสูงเอาเรื่อง ในเวลานั้น 

แต่ชีวิตในถิ่น ซาน ซิโร่ กลับไปได้ไม่สวยแบบที่คิด เพราะตัวของ เรดอนโด้ เริ่มประสบกับอาการบาดเจ็​บรบกวน อย่างหนัก เขาได้ลงสนามให้ทีมไปแค่ 33 เกม จาก 4 ฤดูกาล แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังมีส่วนร่วมต่อการคว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2002 – 2003 ด้วยเช่นกัน โดยลงสนามในรายการนี้ไปถึง 5 เกม แม้ส่วนใหญ่จะเป็นสำรองบ้างบางครั้งก็ตาม

ในปี 2004 หลังหมดสัญญา​กับ เอซี มิลาน เขาก็ตัดสินใจยุติเส้นทางการเล่นฟุตบอลของเขา อย่างเงียบ ๆ โดยเรื่องที่ทำให้เขากลายเป็นที่รักของแฟนบอล เอซี มิลาน​

ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยได้ลงสนามมากนักก็คือ ช่วงแรกที่เขาย้ายมา เรดอนโด้ มีบาดเจ็บหนักจนลงสนามไม่ได้เลยตลอด 2 ปี ซึ่งเขาเองก็รู้ตัวดี และรู้สึกผิดกับเรื่องนี้อย่างมาก

เพราะทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อยของเขาถือว่าสูงในระดับต้น ๆ ของสโมสรเลยทีเดียว เฟอร์นันโด เรดอนโด้ จึงตัดสินใจบอกกับสโมสรว่า ไม่ขอรับค่าเหนื่อยตลอดระยะเวลาที่พักรักษาตัว

ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่า เฟอร์นันโด เรดอนโด้ คนนี้ เป็นศิลปินลูกหนังที่ไม่ทำเพื่อเงิน เพียงอย่างเดียวเท่านั้น การเป็นนักเตะแบบเขานั้น มันเป็นการที่ทำให้แฟนบอลอย่างเรา ๆ จะจดจำแต่ภาพดี ๆ ของเขาในช่วงเวลา ที่

เขาโลดแล่นอยู่บนเส้นทางของฟุตบอลได้ไม่มีวันลืม

ตารางคะแนน