อภิมหาดราม่าคู่หมีกับหงส์ ลิเวอร์พูล ฉีกหน้า ” ตราหมี “

อภิมหาดราม่าคู่หมีกับหงส์ ระหว่าง 2 กุนซือ ซิเมโอเน่ กับ คล๊อปป์

อภิมหาดราม่าคู่หมีกับหงส์ เกมที่สนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ หากเกิดอยู่ในแวดวงภาพยนต์ คุณอาจเขียนบทให้ออกมาแบบนี้ได้หนเดียว ลิเวอร์พูล ฉีกหน้า “ตราหมี” ที่รู้กันอยู่ว่าเล่นในบ้านเนี๊ยบแค่ไหน ด้วยการนำ 2-0 หลังเล่นไปแค่ 13 นาที ในห้วงเวลาฝั่งเจ้าถิ่น ยังจูนเครื่องไม่เข้าที่

แต่หลังจากนั้นแล้ว แท็คติกส์แดนกลางที่ไร้ตัวตัดเกม เริ่มฟ้องว่าทีมเยือนกำลังมีปัญหา กับการการตามหยุด เจา เฟลิกซ์              แม้ “หงส์แดง” นำแต่ยังเล่นแบบเดิม คือให้แดนบนคอยเพรส ไลน์แนวรับจึงต้องดันขึ้นมาถึงกลางสนาม อันเป็นวิธีเล่นตามปกติซึ่ง แอต.มาดริด เอาคืนกับดัก “ล้ำหน้า” ด้วยการมาร์คจุด สตาร์ท ตรงกลางสนาม ให้ เฟลิกซ์ กับ กรีซมันน์ คอยวิ่งสอด

แต่ปัญหาจริง ๆ คือ 2 ประตูที่ทีมเยือนเสีย

เป็นความสามารถเฉพาะตัวของ เฟลิกซ์ และดันเป็น เกอิต้า ที่หน้าที่หลักไม่ใช่ตัวตัดเกม ถูกเผาเครื่องจนกระทั่ง เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องส่ง ฟาบินโญ่ ลงสนามในครึ่งหลังทันที ไลน์ อัพ 11 ตัวจริง อาจจะเซอร์ไพรซ์        เดอะ ค็อป เพราะปกติเจอทีมแข็ง ๆ และมาเยือนยังไง ฟาบินโญ่ ถ้าไม่ตาย หรือขาขาดโควต้า 1 ที่มาแน่ ๆ

ครับ อลิสซอน เป็นคนที่ดีเลย์สกอร์ให้จบที่ 2-2 ในช่วงท้ายครึ่งแรก ( 2 หนซ้อน ๆ ) และต้นครึ่งหลังอีก 1 สถานการณ์ + เสียงเชียร์เป็นใจให้ “ทัพตราหมี” จนแนวรุก ลิเวอร์พูล แทบไม่เจอบอล กลับจบเห่ตั้งแต่นาที 52 ใบแดงของ กรีซมันน์ คือจุดเปลี่ยนทุกอย่างของเกมนี้ แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ตั้งใจแต่การยกเท้าสูงฟาดเข้าที่กกหูของ โรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่ เป็นอะไรที่รุนแรง และอันตรายมาก
10 ตัวของ “ตราหมี” อาจไม่ถึงกับเป็นรอง ลิเวอร์พูล ในแง่ของการ “เกมรับ” ซักเท่าไหร่แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ พอจะสวนบุกนี่แหละครับ ขาดไปตัวนึง ระบบพังทันที

อภิมหาดราม่าคู่หมีกับหงส์

วรรคนี้อาจจะออกนอกหน้าไปหน่อย แต่ต้องขอสดุดีการทำหน้าที่ของ แดเนี่ยล ซีเบิร์ต ผู้ตัดสินชาวเยอรมันในเกมนี้จริง ๆ เพราะหากเป็นพวกจิตอ่อน หรือให้นักเตะมาครอบงำอย่างกรรมการ อังกฤษ อาจเสียตัวตนได้เลย เพราะทันทีที่เหลือ 10 ตัว ทุก ๆ การฟาว์ลของฝั่ง “หงส์แดง” ผู้เล่นเจ้าถิ่นและ ซิเมโอเน่ จะร้องเรียกเอาบ้าง เอาในทีนี้คือ “แดงเลยนะครับจาร!!” แม้กระทั่งจังหวะขี้หมาอย่างใช้แขนกันแบบปกติของ เจมส์ มิลเนอร์

เช่นเดียวกันกับเคสจุดโทษ ที่ เฮอร์โมโซ่ แท็คเกิ้ล โชต้า แบบอเมริกันฟุตบอลจนนำมาสู่ประตูชัย และนำมาสู่ “งานรีบ” ของ กิมิเนซ ที่ทิ้งตัวล้มง่าย ๆ แค่ 2 นาที หลังสกอร์ตามหลังโชคยังดีที่การวิ่งไปดู VAR ของ ซีเบิร์ต ใช้ดุลพินิจมองจุด ”เล่ห์เหลี่ยม” ของนักฟุตบอลมากกว่าตัดสินตาม “ตำรา”

อภิมหาดราม่าคู่หมีกับหงส์ ผ่านมาครึ่งทางชนะ 3 นัดรวดทิ้งอันดับ 2 ถึง 5 แต้ม

ใน “กลุ่มโคตรมหาหิน” ต้องบอกว่า“หงส์แดง”ทำผลงานได้เกินเป้าเอมาก ๆ
ยิ่งเช็กบิลเข้ารอบเร็วเท่าไหร่ JK จะจัดทีมหรือพักตัวในพรีเมียร์ลีกได้มากเกมขึ้น ความได้เปรียบเพื่อนร่วมลีกก็เพิ่มเป็นเงาตามตัว
แต่หลังจบเกมมีเรื่องแย่ๆที่ผมอดพูดถึงไม่ได้ที่คนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ควรทำหลัง ดิเอโก้ ซิมิโอเน่ ผู้จัดการทีมรีบเดินเข้าห้องแต่งตัวไม่อยู่จับมือกับ เยอร์เก้น คล็อปป์

แม้ “โชโล่” จะอ้างว่าหลังจบเกมไม่จับมือกับผู้จัดการทีมคนอื่นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่ใครได้ดู reaction ของ คล็อปป์ จะเห็นได้ว่าภาษากายแสดงอาการไม่พอใจนั่นหมายถึงคู่นี้เคยจับมือกันหลังจบเกมมาก่อนหน้านี้ เมื่อคุณชนะมันง่ายอยู่แล้วครับที่จะเดินไปจับมือกับฝั่งตรงข้ามแต่ชีวิตหลังความพ่ายแพ้คุณต้อง “โปร” ด้วย วงการฟุตบอลมันก็ไม่ได้กว้างขวางอะไรมาก อีกเดี๋ยวก็ต้องเจอกันที่ แอนฟิลด์ ยังไงก็หนีไม่พ้นอยู่ดี

ทางด้านกุนซือมาดเนี่ยบของทัพตราหมี “ซิเมโอเน่” ไม่มีปัญหากับการตัดสิน – ชี้ “อ๋อง” โดนแดงถูกแล้ว ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือแอตเลติโก้ มาดริด ไม่ติดใจกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในเกมที่พวกเขาเปิดบ้านแพ้ลิเวอร์พูล 3-2 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

เกมกลุ่มบี ที่ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ “ตราหมี” โดนนำไปก่อน 2-0 ตั้งแต่ 13 นาทีแรกจากการยิงของ โม ซาลาห์ และ นาบี เกอิต้า
อย่างไรก็ตามพวกเขาตั้งสติและมาตีเสมอจาการยิงเบิ้ลของ อ็องตวน กรีซมันน์ ทำให้จบครึ่งแรกสกอร์ 2-2 ต้นครึ่งหลังแอตเลติโก้งานงอกเมื่อ กรีซมันน์ โดนใบแดงโดยตรงจากจังหวะยกเท้าสูงใส่ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ แถมยังมาเสียจุดโทษและเป็น ซาลาห์ ที่สังหารให้ “หงส์แดง” ขึ้นนำอีกครั้ง

ช่วงท้ายแอตเลติโก้ได้ลุ้นจุดโทษ

บ้างจากจังหวะที่ โฮเซ่ กิเมเนซ โดน ดิโอโก้ โชต้า เบียดล้มในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน แดเนี่ยล ซีเบิร์ต จากเยอรมนี เช็ค VAR แล้วมองว่าไม่ชัดเจนพอ ทำให้จบเกมลิเวอร์พูลบุกชนะ 3-2 หลังเกมเมื่อนักข่าวถามว่าพวกเขาโชคไม่ดีกับการตัดสินของผู้ตัดสินหรือไม่ ซิเมโอเน่บอกว่า “ไม่นะ”
“คุณจะเห็นว่าผมบ่นหรือประท้วงในสนาม แต่ผู้ตัดสินก็ผิดพลาดเหมือนเราทุกคนนั่นแหละ และถ้า VAR บอกว่ามันไม่ใช่จุดโทษ มันก็ไม่ใช่จุดโทษ”
“ใบแดงของกรีซมันน์ถูกต้องแล้ว เกมที่มิลานการที่คู่แข่งโดนไล่ออก (ฟรองก์ เคสซี่) มันทำให้เราได้เปรียบ แต่วันนี้มันตรงกันข้าม”
“ผมไม่อยากจะพูดด้วยคำพูดง่ายๆว่า -โชคร้าย- หรือ -โชคดี- วันนี้พวกเขาออกสตาร์ได้ดีกว่าเรามาก ด้วยไดนามิคและการกดดันในแนวรุก ได้ยิงสองครั้งแรกก็เป็นประตูเลย”

จากนั้นบอกต่อว่า “เป็นทีมอื่นคงพังไปแล้ว (หลังจากโดนเร็วสองลูก) แต่เราเป็นตรงกันข้าม เราตอบสนองได้ดีมาก เราเริ่มที่จะเอาชนะการดวล ครองบอลได้ดีกว่า และโจมตีในจุดที่เราคิดว่าสามารถสร้างความเสียหายให้พวกเขาได้”
“เราไล่มา 2-1 ตีเสมอ 2-2 เรามีโอกาสเพิ่มจาก เลอมาร์ และ เจา(เฟลิกซ์) เริ่มครึ่งหลังเรามีโอกาสอีกจาก การ์ราสโก้ แล้วจากนั้น เอร์โมโซ มาเสียจุดโทษ”

“ผมไม่แฮปปี้เพราะว่าเราแพ้ แต่ทีมเราแข็งแกร่งมาก และการเอาชนะลิเวอร์พูลมันไม่ง่าย” เขากล่าว

 

#โทนี่ วุ๊ดซัมต๊าซ

ตารางคะแนน