สมบัติอาจต้องผลัดกันชม ตำแหน่งจ่าฝูงอาจต้องเปลี่ยนไปหลังจบแมตซ์เดย์ที่7

อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของผู้นำจ่าฝูง ในศึกสมรภูมิพรีเมียร์ลีกเนื่องจากเหตุผลที่ว่า ต้องมีการหยุดพักเบรคการแข่งขัน ให้กับโปรแกรมคิวเตะ ของระดับทีมชาติกันอีกครั้ง โดยจะกลับมาลงสนาม ฟาดแข้งกันอีกคำรบ ในอีกประมาณสองสัปดาห์ข้างหน้า

สมบัติอาจต้องผลัดกันชม ตำแหน่งจ่าฝูงอาจต้องเปลี่ยนไปหลังจบแมตช์เดย์ที่7 ในสมรภูมิพรีเมียร์ลีก หากเราจะมาพูดกัน ถึงเกมส์ที่มีคิวการแข่งขัน กันในสัปดาห์นี้ ก็จะมีคู่ใหญ่ๆ ให้ต้องติดตามกันอยู่ หลายคู่ด้วยกัน โดยเริ่มจากช่วงค่ำวันเสาร์นี้ก็จะมี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบกับ เอฟเวอร์ตัน ส่วนในคืนวันอาทิตย์ ลิเวอร์พูล จะปะทะกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนฯ ยูไนเต็ด-เอฟเวอร์ตัน

แมนยู-เอเวอร์ตัน
แมนยู-เอเวอร์ตัน

โดยจะเปิดหัวคู่แรก ในค่ำคืนของวันเสาร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งจะซัด ลูกประตูชัย ในช่วงทดเจ็บ บดบี้เอาชนะ บียาร์เรอัล มาได้ในเกมส์บอลยุโรป โดยผลงานที่ ผ่านมาที่เจอกับ เอฟเวอร์ตัน ในช่วงหลังก็ ถือได้ว่ายอดเยี่ยม เมื่อต้องแพ้แค่เพียง ครั้งเดียวจาก 12เกมส์ที่ได้พบกัน (ชนะ6 เสมอ 5) โดยนัดล่าสุดที่พ่ายแพ้นั้น ก็ต้องย้อนับไปถึงเมื่อเดือนเมษายน ปี 2019 ผลการแข่งขัน 0-4 ที่ กูดิสัน พาร์ค

โดยทั้งคู่นี้ หากทีมใดเป็นฝ่ายที่คว้าชัยชนะ ก็จะทำให้พวกเขาขึ้นไปรั้งตำแหน่ง ของจ่าฝูงชั่วคราวไปก่อน ซึ่งต้องไปรอดูผลของคู่ตอน 3ทุ่มอีกทีว่า เชลซี จะสามารถเป็นฝ่ายเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้หรือไม่

และหาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ลงสนามในเกมส์นี้ ก็จะนับว่าเป็นการลงสนาม ในศึกพรีเมียร์ลีก ครบ 200 เกมส์ (ทำได้ 87 ประตู) และจะเป็นผู้เล่นของทีม “ปีศาจแดง” คนที่ 24 ที่สามารถลงสนาม เล่นได้แตะสถิติตัวเลข หลักดังกล่าวได้

ซึ่งทั้งนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ถือเป็นทีม ที่มีจำนวนนักเตะ ที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก แตะหลัก 200เกมส์ มากกว่าในทุกๆทีม โดยทีมที่มีจำนวนนักเตะ เล่นในพรีเมียร์ลีก แตะหลักนั้นซึ่งใกล้เคียง กับพวกเขามากที่สุด ก็ยังมีจำนวนคนที่เล่นถึงหลักนั้น น้อยกว่าถึง 8 คน

มาทางฝั่งของ ราฟา เบนิเตซ กุนซือของ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” ได้ทำทีมบุกไปแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก 7ครั้งจาก 9นัดหลังสุด(ชนะ 2) โดยชัยชนะนั้นได้ มาจากตอนที่ทำหน้าที่คุม ลิเวอร์พูล 4-1 เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2009 และอีกครั้งคือ เชลซี 1-0 เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2013 แต่หากเขาทำได้ในเกมส์นี้ จะทำให้เขาเป็นกุนซือคนแรกที่เอาชนะทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในลีกสูงสุดที่ โรงละครแห่งความฝัน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยทีมที่ต่างกันถึง 3สโมสร

แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ปีกฟอร์มแรงของทีมเยือน ผู้ที่มีส่วนร่วม กับประตูไปแล้ว 7 ลูกจาก 8 นัด ที่ลงสนามในซีซั่นนี้(4 ประตู 3 แอสซิสต์) มากที่สุดในทีม นอกจากนี้เจ้าตัวยังเป็นคนที่ทำประตูแรกที่พา คริสตัล พาเลซ บุกลูบคมย้ำแค้นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อฤดูกาลก่อน

“เชลซี-เซาธ์แฮมป์ตัน”

เชลซี-เซาแธมป์ตัน
เชลซี-เซาแธมป์ตัน

ความพ่ายแพ้ในศึกพรีเมียร์ลีก ของ เชลซี ในยุคของการนำทัพ โทมัส ทูเคิ่ล 3 จาก 4 นัดเกิดขึ้นในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ และถึงแม้จะเป็นการแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่พวกเขาก็ไม่ได้แพ้เกมส์ ในบ้านตัวเองในลีก 2 นัดติดเลย นับตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2019 ซึ่งครั้งนั้นทีมที่ “สิงห์บลูส์” ต้องพ่ายแพ้ตอนนัดที่ 2ก็คือ เซาธ์แฮมป์ตัน

เชลซี มีโอกาสที่จะแซง ขึ้นตำแหน่งจ่าฝูง หลังจากที่จบเกมส์ ในคืนวันเสาร์ หากพวกเขาสามารถจะเอาชนะได้ และต้องลุ้นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ชนะแบบถล่มทลาย จนลูกได้เสียมากกว่าตัวเอง หรือว่าคู่บิ๊กแมตช์ ในคืนวันอาทิตย์ระหว่าง ลิเวอร์พูล-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นไม่มีทีมใดชนะ

โรเมลู ลูกากู ซัดบอลทำประตูไป 9ลูกจาก 12เกมส์ในลีกที่เจอกับ “เดอะ เซนต์ส” ซึ่งเป็นทีมที่เจ้าตัว ลั่นสกอร์ใส่ได้มากที่สุด เมื่อนำมาเทียบเท่ากับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

ซึ่งทีมนักบุญบุกเก็บแต้มที่ เดอะ บริดจ์ 19 คะแนนจากการลงเล่น 22 เกมลีก(ชนะ 4 เสมอ 7 แพ้ 11) มีแค่ แอสตัน วิลล่า (27) และ คริสตัล พาเลซ (21) เท่านั้นที่สามารถควักคะแนนที่บ้านของ เชลซี ได้มากกว่าพวกเขา

อดัม อาร์มสตรอง กองหน้าของทีมเยือน มีโอกาสทำประตูมากที่สุดของทีม (19) และสร้างโอกาสได้อีก 6 ครั้ง โดยคิดเป็น 33 เปอร์เซนต์ของจำนวนที่ เซาธ์แฮมป์ตัน สร้างโอกาสในฤดูกาลนี้ (25 จาก 75)

“ไบรท์ตัน-อาร์เซน่อล”

ไบรตัน-อาร์เซนอล
ไบรตัน-อาร์เซนอล

ไบรท์ตัน สามารถเก็บชัยชนะ ในบ้านตัวเองไปแล้ว 3จาก 4เกมส์ (แพ้ 1) โดยเทียบเท่ากับก่อนหน้านี้ ที่ลงเล่นที่ เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม 22 นัด (ชนะ 3 เสมอ 10 แพ้ 9) นอกจากนี้ มีแค่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี เท่านั้น(9) ที่เก็บคลีนชีตในบ้านตัวเองได้มากกว่าพวกเขาในปฏิทินปี 2021

นีล โมเปย์ เป็นคนที่สามารถ ทำประตูชัยให้ “เดอะ ซีกัลส์” เอาชนะ อาร์เซน่อล ถึง 2จาก 3เกมส์ ในขณะเดียวกัน แดนนี่ เวลเบ็ค ก็ทำประตูใส่ “เดอะ กันเนอร์ส” ได้ตลอด 3 นัดหลังที่เจอกัน อาร์เซน่อลอาจมีสิทธิ์เป็นทีมที่สอง ในประวัติศาสตร์ ศึกพรีเมียร์ลีก ที่เก็บชัยชนะ 4นัดติดต่อกัน หลังจากที่แพ้ทุกนัด ตลอด 3 นัดแรก

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ทำประตูได้ 5ลูกจาก 5เกมส์ หลังสุดทุกรายการ ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่า ก่อนหน้านี้ที่ลงเล่นไป 17นัด

“คริสตัล พาเลซ-เลสเตอร์”

คริสตัน พาเลส-เลสเตอร์
คริสตัน พาเลส-เลสเตอร์

เมื่อถึงตอนนี้ วิลฟรีด ซาฮา ได้ทำประตูในพรีเมียร์ลีก ไปแล้วถึง 49ลูก และจะเป็นผู้เล่นคนแรกของ คริสตัล พาเลซ ที่สามารถทำจำนวนประตู บนลีกสูงสุดให้กับทีม แตะถึงหลักครึ่งร้อย หากเขาสอยประตูได้ ในเกมส์ที่ต้องเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 

“ดิ อีเกิลส์” ยังไม่เคยต้องแพ้ใคร ในบ้านตัวเองกับการเล่นเกมส์ลีก 3นัดในฤดูกาลนี้ (ชนะ 1 เสมอ 2) และเสียไปแค่ประตูเดียวเท่านั้น เมื่อครั้งที่เล่นที่ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค ซึ่งตลอด 24 ซีซั่นก่อนหน้านี้ มีแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น (2019/20) ที่พวกเขาไม่แพ้ใคร ในบ้านตลอด 4เกมสิแรก การบุกเยือนทีม เมืองหลวงของใหญ่ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เมื่อต้องพ่ายแพ้ตลอด 3นัดหลังสุด เทียบเท่ากับก่อนหน้านี้ 14เกมส์ (ชนะ 6 เสมอ 5 แพ้ 3)

เจมี่ วาร์ดี้ คือผู้ที่มีส่วนร่วม กับประตูที่ เลสเตอร์ ทำได้ในลีกฤดูกาลนี้ คิดเป็น 86% ( 5 ประตู 1 แอสซิสต์) และนับตั้งแต่เข้าสู่ วัยหลักสามสิบ เจ้าตัวทำไปแล้ว 89ประตู ขยับเข้าใกล้สถิติของ เอียน ไรท์ ที่ซัดทำไป 93ประตูในวัยหลักสาม

“สเปอร์ส-แอสตัน วิลล่า”

สเปอร์-แอสตัน วิลล่า
สเปอร์-แอสตัน วิลล่า

แอสตัน วิลล่า ได้มองชัยชนะเหนือ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สองเกมส์ติด ในลีกเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2008 และครั้งล่าสุด ที่พวกเขาสามารถบุกไปชนะ “คลับไก่” สองนัดติด ก็ต้องย้อนไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1995 สเปอร์ส เอาชนะ วิลล่า ได้ถึง 10จาก 12เกมส์ลีกหลังสุด (แพ้ 2) ถึงกระนั้น 2 นัดที่แพ้ ก็เกิดขึ้นในการเล่นที่บ้านตัวเอง (0-1 เดือนเมษายน ปี 2015 และ 1-2 เดือนพฤษภาคม ปี 2021)

ซน ฮึง-มิน มีส่วนร่วม กับประตูที่เกิดขึ้นในสนาม ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม 10จาก 11นัดหลังสุด ในลีก ( 6 ประตู 4 แอสซิสต์) โดย 4 ประตูที่ “ไก่เดือยทอง” ทำได้ในลีกซีซั่นนี้ มาจาก ซน ฮึง-มิน ถึง 3 ลูก

แดนนี่ อิงส์ ทำประตูใส่สเปอร์ส ได้ถึง 6 ลูกจากการเจอกัน 6นัดหลังในทุกรายการ รวมถึง 4ประตูจาก 3เกมส์ล่าสุด อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวต้องแพ้ต่อ “ไก่เดือยทอง” 4จาก 5แมตช์ที่ทำประตูได้ โดย 3นัดหลังสุดคือแพ้รวด

“ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้”

ลิเวอร์พูล-แมนซิตี้
ลิเวอร์พูล-แมนซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยบุกไปเอาชนะ ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ ได้ถึง 4-1 เมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งนับเป็นการยุติการ ไร้ชัยที่ แอนฟิลด์ 17นัดติดต่อกัน( เสมอ 5 แพ้ 12) อย่างไรก็ดี “เรือใบสีฟ้า” ยังไม่เคยชนะที่นี่ในลีก 2นัดติดได้เลยนับตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 1953 ลิเวอร์พูล ชนะเพียงแค่นัดเดียวจาก 7เกมส์หลังสุด ที่เจอกับทีม”แชมป์เก่า” (เสมอ 2 แพ้ 4) โดยชัยชนะนัดเดียวนั้น คือเกมสิที่ซิวชัยเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ในบ้านตัวเอง เมื่อฤดูกาล 2019/20

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีส่วนร่วมกับประตูโดยจริง 6 จาก 5 เกมส์ หลังสุดที่เจอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม แอนฟิลด์ รวมทุกรายการ โดยยิงได้ 4 ลูก และแอสซิสต์อีก 2ครั้ง ราฮีม สเตอร์ลิง ทำประตูใส่ ลิเวอร์พูล ในเกมส์ลีก 2จาก 3 นัดหลัง หลังจากก่อนหน้านี้ 8นัดแรก ไม่สามารถซัดประตู ใส่ทีมเก่าได้เลย

 

 

ตารางคะแนน