ว่าที่นายใหญ่สาริกา สตีฟ บรู๊ซ ยังคงรักษาสถานภาพการเป็นผู้จัดการทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ต่อ

ว่าที่นายใหญ่สาริกา คาดกันว่าอย่างแรกที่จะปรับกันเลยคือกุนซือนี่แหละ บรู๊ซ เตรียมโดนเชือดได้เลย

ว่าที่นายใหญ่สาริกา ข่าววงการฟุตบอล จนถึงเวลานี้ สตีฟ บรู๊ซ ยังคงรักษาสถานภาพการเป็นผู้จัดการทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ต่อไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะในรอบเกือบสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่นายทุนใหม่นำโดยกลุ่มใหญ่จากซาอุดิอาระเบีย เข้าเทคโอเวอร์ คาดกันว่าอย่างแรกที่จะปรับกันเลยคือกุนซือนี่แหล่ะ บรู๊ซ เตรียมโดนเชือดได้เลย

ผลงานฟ้องอยู่แล้ว ว่าสาลิกาดงทรุดหนักแค่ไหน นั่นยังไม่รวมทรงบอลที่แย่มาก ๆ ปรับตำแหน่งนักเตะจนมั่วซั่ว ยุ่งเหยิงกันไปหมด เล่นเอาทูน อาร์มี่มากมายเอือมระอาไปตาม ๆ กัน เรียกร้องให้ปลด
แต่ในยุคของ ไมค์ แอชลี่ย์ ยังมีอำนาจ เชื่อกันว่าคงไม่เกิดขึ้นหรอก เพราะไม่อยากจ่ายค่าชดเชยหลายล้านปอนด์ จึงซื้อเวลายื้อต่อไปก่อน ไปดึง แกรม โจนส์  มาเป็นกุนซือเงาพลาง ๆ

แต่พอเปลี่ยนเจ้าของ บรรดาสื่อทั้งหลายต่างโหมกระแสเชือด บรู๊ซ อย่างหนัก โดยชี้ไปว่าเกมเจอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่รัง เซนต์ เจมส์ พาร์ค สุดสัปดาห์นี้ จะให้ทาง โจนส์ คุมชั่วคราวก่อน เพื่อสร้างบรรยากาศให้คึกคักต้อนรับสิ่งใหม่ๆ
อย่างไรก็ดีเรายังได้เห็นภาพ บรู๊ซ คุมซ้อมตามปกติ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แทบไม่มีริ้วรอยของคนทุกข์ใจ หรือตึงเครียดอะไรเลย
ในขณะเดียวกันบริษัทรับพนันถูกกฎหมายมากมาย  ต่างก็หั่นราคา บรู๊ซ เป็นผู้จัดการทีมคนต่อไป  ที่มีโอกาสหลุดจากตำแหน่งมากสุดเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลย

จากไม่กี่วันก่อนอยู่ที่ 3 – 1 คือแทง 1 จ่าย 3 แต่เวลานี้ปาเข้าไป  1 – 19 คือต้องลงทุนถึง  19 เพื่อเอาแค่  1 เท่านั้น เรียกว่านอนมาแบบไร้คู่แข่ง สมมุติมีใครมั่นใจไปเดิมพันอัตราดังกล่าวเอาไว้ อาจเริ่มเสียวสันหลังเหมือนกัน  เมื่อไรจะปลดให้รู้แล้วรู้รอดสักที  วันอาทิตย์ดีเดย์ที่นิวคาสเซิ่ง จะลงเตะกับ สเปอร์ส ก็ขยับใกล้เข้ามามากขึ้นแล้ว แต่เอาเข้าจริงแทบ 100 ทั้ง 100 ไม่มีใครเชื่อหรอกว่า บรู๊ซ จะได้นั่งเก้าอี้ตัวเดิมต่อไป อย่างช้าที่สุดก็น่าจะภายในวีกเอนด์นี้แหละ

ว่าที่นายใหญ่สาริกา

ทูน อาร์มี่ ต่างมองไปยังข้างหน้าด้วยความหวังอันเจิดจ้า  มีการทำโพลสำรวจมากมาย โดยเฉพาะประเด็นอยากได้ใครมาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ “ดิ แอธเลติก” สื่อดังก็จัดทำผลสำรวจด้วยเช่นเดียวกัน  เพราะมั่นใจว่าเสียงต้องออกมากมาย  ตามรสนิยม และความชอบส่วนตัวบุคคล ผลปรากฏว่าตัวเลขใกล้เคียงสูสีจริง ๆ ไม่ได้มีใครนำโด่งขาดลอยอย่างที่คาดไว้เลย

อันโตนิโอ คอนเต้  มือดีกระบี่มือหนึ่ง ที่กำลังว่างงาน ครองใจทูน อาร์มี่มากสุดคือ  29 เปอร์เซนต์
ไม่มีใครกังขาฝีมือของกุนซืออิตาเลี่ยนหรอก แต่อาจคาใจว่าพร้อมแค่ไหนจะมารับงานนี้  ต่อให้ได้รับการสนับสนุนเรื่องงบประมาณเสริมทัพอย่างเต็มที่ก็ตามที

ต้องยอมรับว่า ชื่อชั้นดีกรีของ เดอะ แม็กพายส์ ยังห่างไกลจากระนาบคำว่า  ” สโมสรใหญ่ของยุโรป ”  นี่จึงเป็นส่วนสำคัญสำหรับการตัดสินใจของ คอนเต้ อย่างแท้จริง
ส่วนอันดับ  2 จากโพล ได้แก่  ราฟาเอล เบนิเตซ  ซึ่งเคยคุมนิวคาสเซิ่ลมา  3 ปีเต็ม  ก่อนแยกทางในปี  2019  แล้วให้  บรู๊ซ  เข้ามาเสียบแทนนั่นเอง แม้ปัจจุบันจะเป็นนายใหญ่เอฟเวอร์ตัน  ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ  แต่ ทูน อาร์มี่ ไม่น้อยยังศรัทธาเลื่อมใส  เทโหวตมาถึง  24 เปอร์เซนต์ด้วยกัน

สาเหตุที่ ราฟา ไม่สนใจทำต่อ มาจากความขัดแย้งกับ แอชลี่ย์  เจ้าของเดิม ซึ่งไม่ค่อยสนับสนุนอย่างที่ควรจะเป็น  ปล่อยให้ผู้จัดการทีมโดดเดี่ยว แก้ปัญหาตามลำพัง จนหมดความอดทน กุนซือสแปนิชรายนี้ แสดงให้เห็นความสามารถกันไปแล้ว  ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ตอบสนองดีมาก ท่ามกลางข้อจำกัด และเงื่อนไขสารพัด นั่นจึงทำให้สาวกสาลิกา ยังคงโหยหาอาลัยอาวรณ์  มองว่านี่คือคนที่ใช่  สมควรไปดึงกลับมาอีกครั้ง  ยิ่งในวันที่มีเงินทุนมหาศาล  รับรองว่าผลงานกระฉูดแน่นอน

อันดับ  3 ตกเป็นของ  เบรนแดน ร็อดเจอร์ส  กุนซือเลสเตอร์ ซิตี้ นาทีนี้ ถือเป็นคนรุ่นใหม่วิสัยทัศน์แจ่มมาก  ทำทีมมีสไตล์ชัดเจน  เน้นเกมรุกต่อบอลบนพื้น  ตามแบบฉบับของบาร์เซโลน่า  ซึ่งไปร่ำเรียนวิชามาจากที่นั่น  ฟันไปทั้งสิ้น  14 เปอร์เซนต์
ตามด้วย  เอ็ดดี้ ฮาว  กุนซือหนุ่มอีกคน  13 เปอร์เซนต์ ,  สตีเว่น เจอร์ราร์ด  ซึ่งประสบความสำเร็จงดงามกับกลาสโกว์ เรนเจอร์ส  12 เปอร์เซนต์ ส่วนรั้งท้ายที่มีการเปิดเผยคือ  ซีเนดีน ซีดาน  5 เปอร์เซนต์  อาจเพราะมองว่าไกลเกินเอื้อมถึง  กุนซือที่เคยพา เรอัล มาดริด ครองแชมป์ยุโรป  3 ปีติดต่อกัน คงไม่ยอมโอเคเซย์เยสง่าย ๆ หรอก อย่างไรก็ตามผู้ที่จะได้รับความไว้วางใจ ให้มากอบกู้นิวคาสเซิ่ล อาจไม่ได้อยู่ในลิสต์โพลสำรวจนี้เลย

สื่อหลายสำนักให้จับตาดูการเคลื่อนไหวของ  แฟร้งค์ แลมพาร์ด  กับตำแหน่งผู้ตัดการทีมคนใหม่ของ นิวคาสเซิ่ล ให้ดี
นับตั้งแต่โดนเชลซีปลดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา  แลมพ์ส  หลบเลียแผลใจเงียบ ๆ แทบไม่ตกเป็นข่าวเลย  แม้กระทั่งออกสื่อแสดงความคิดเห็น หรือวิจารณ์เรื่องต่าง ๆ

ถามว่าเขาล้มเหลว ในบทบาทกุนซือสิงห์น้ำเงินหรือเปล่า ? คงพูดเต็มปากเต็มคำอย่างนั้นไม่ได้หรอก เพียงแต่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ของผู้บริหารมากกว่า  จึงต้องตัดสินใจเปลี่ยนม้ากลางศึกอย่างที่เห็น ข้อเสียของเขา คือเรื่องประสบการณ์  ที่ขึ้นชั้นเร็วเกินไป เพิ่งคุมดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ แค่ซีซั่นเดียว  ก็กดลิฟท์มาทำงานใหญ่ที่สโมสรเก่าทันที

ชั่วโมงบินน้อย  มาเจอพลังคาดหวังสูงลิบ จึงเป็นเรื่องลำบากที่จะต้านทานแรงเสียดสีได้ อีกทั้งรู้อยู่ว่าการเมืองในมุ้งเชลซีรุนแรงแค่ไหน ไม่เจ๋งจริงเอาตัวรอดลำบาก อย่างไรก็ดี แลมพ์ส มีต้นทุนในเรื่องความกล้าหาญ และตัดสินใจ ในภาวะที่ต้องเผชิญหน้ากับโทษแบน ห้ามซื้อผู้เล่น เขาไม่รีรอจะดันกลุ่มดาวรุ่งที่มีแววขึ้นมา ก่อนได้รับการตอบสนองน่าพอใจ เมสัน เมาท์ , แทมมี่ อับราฮัม , รีซ เจมส์ , ฟิกาโย่ โทโมริ หรือ บิลลี่ กิลมอร์ ล้วนเป็นผลผลิตจากสโมสรที่น่าปลาบปลื้ม

ใครที่เคยตำหนิเชลซี ว่าดีแต่ทุ่มเงินซื้อผู้เล่น มาเจอเคสนี้เข้า ก็คงต้องถอยไปตั้งหลักกันใหม่  เพราะมันไม่ใช่อย่างที่ถูกกล่าวหาซะเลยทีเดียว บทเรียนที่ได้รับ จากความผิดพลาด อาจจะช่วยหล่อหลอมให้ แลมพาร์ด สามารถสรุปถึงข้อด้อยของตน รวมทั้งนำไปปรับใช้ในอนาคตข้างหน้าได้อีกต่างหาก

แน่นอนว่าหาก แลมพาร์ด รับงานนี้ ไม่ว่าตัวเขาเอง หรือ นิวคาสเซิ่ล ต่างก็ยืนอยู่บนความเสี่ยงด้วยกันอยู่แล้ว
หากมองว่ากุนซือหนุ่มที่มีความกล้าหาญ คือตัวแทนคนรุ่นใหม่ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอันสดใส ในวันข้างหน้า เขาก็ย่อมตอบโจทย์ในระดับน่าพอใจ แม้ในมุมของ ทูน อาร์มี่ มากมาย จะไม่ได้คิดว่า แลมพาร์ด อยู่ในสายตา ผลโพลมันก็บอกอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดจะถูกตัดสินด้วยผลงานต่างหาก ผู้คนมักพิพากษาเขาว่าล้มเหลว  แต่ความจริงไม่ใช่เลย อย่าลืมว่าเขามีเวลาน้อยเกินไปหากเทียบกับอีกหลายเคส  รวมถึงมีอุปสรรคขวากหนามพอสมควร แลมพ์ส อาจเป็นทางเลือกน่าสนใจ สำหรับนิวคาสเซิ่ล โดยขึ้นอยู่ว่แนวทางของผู้บริหารจะเป็นแบบไหน อีกไม่นานเราจะได้รู้กันว่า แลมพาร์ด จะรีเทิร์นสู่เก้าอี้ผู้จัดการทีม อีกครั้งหรือไม่ ?

ตารางคะแนน