ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ที่น่าจับตามองในยุคนี้ ของวงการฟุตบอล

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ที่เดินตามรอยผู้เป็นพ่อออกล่าความฝันกับการเล่นฟุตบอล

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

ลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น ในวงการฟุตบอล วันนี้เราจะมารวบรวมเอาคู่พ่อลูกในวงการฟุตบอลยุคใหม่ ที่ผู้เป็นพ่อได้แขวนสตั๊ดไปแล้ว ในขณะที่ผู้เป็นลูก กำลังก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชั้นยอด ในยุคปัจจุบัน

ด้วยประโยคที่ว่า “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” นั้นมีความหมายว่า ลูกย่อมไม่ต่างจากคนเป็นพ่อเป็นแม่มากนัก ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ในหลาย ๆ ครอบครัว ที่จะมีทายาทสืบทอดเจตนารมณ์ และเลือกอาชีพเดียวกันกับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ และเมื่อพ่อเป็นนักเตะดังของวงการฟุตบอลแล้ว ย่อมเป็นต้นแบบให้กับลูกได้เดินตามง่าย ๆ แม้ส่วนใหญ่แล้วจะหลีกไม่พ้นความกดดัน กับสิ่งที่พ่อสร้างไว้มาเปรียบเทียบกับตนเองก็ตาม

โดยก่อนหน้านี้ ก็มีคู่พ่อลูกในวงการฟุตบอลที่เดินตามพ่อ จนมีชื่อเสียง และประสบความสำเร็จมาแล้วหลายคน เช่น เซซาร์เร่ และ เปาโล มัลดินี่, ปีเตอร์ และ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล และ พอล กับ ทอม อินซ์ เป็นต้น

ล่าสุดจึงได้รวบรวมพ่อลูก ของวงการฟุตบอล ในยุคปัจจุบัน ที่พ่อได้เลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว ขณะที่รุ่นลูกกำลังเดินหน้า ตามรอยฝีเท้าผู้เป็นพ่อ และเป็นนักเตะดาวรุ่ง ที่วงการฟุตบอลจับตามอง มาดูกันว่ามีใครกันบ้าง ที่หน้าจับตามอง ว่าจะเป็นนักเตะระดับโลก ในอนาคต

เออร์ลิง ฮาแลนด์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

เออร์ลิง ฮาแลนด์

เออร์ลิง ฮาแลนด์ เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2543 (อายุ 21 ปี) เป็นลุกชายของ อาร์ฟ-อิงเก้ ฮาแลนด์ อดีตนักเตะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอีกหลายสโมสรบนเกาะอังกฤษ เช่น น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, ลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นต้น

สำหรับ ฮาแลนด์ คนลูกรายนี้ ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากมาย เรื่องฝีเท้าแสดงให้เห็นแล้วว่า ตั้งสมัยที่ค้าแข้งอยู่ที่สโมสร เรดบลู ซัลซ์บวร์ก กระทั่งฝีเท้าไปเตะตาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เรอัล มาดริด แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าตัวได้ย้ายมาอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แทน

ลูกชายของ อาร์ฟ อิงเก้ ฮาแลนด์ อดีตกองกลางตัวห้องเครื่อง ชาวนอร์วีเจียน ถูกคาดหมายไว้ว่าอาจจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในยอดนักเตะแห่งยุค หลังจากที่สองนักเตะระดับโลกอย่าง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ได้โบกมืออำลาสนามได้ไปแล้ว ซึ่งในอนาคต อาจเป็นเขาที่ยืนในจุดนั้น อย่างสองนักเตะระดับโลกทั้ง 2 คนนี้

เพราะด้วยศักยภาพทางด้านร่างกาย และฝีเท้าที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในตอนนี้ เขายังสามารถพัฒนาฝีเท้าตัวเอง ให้ดีขึ้นได้กว่านี้อีก ซึ่งหากได้รับการชี้แนะจากยอดกุนซือบนโลกนี้ ก็น่าจะทำให้ตัวเขาเอง ก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพนักฟุตบอลได้ด้วยการคว้า “ บัลลงดอร์” ได้ไม่ยาก ก็อาจเป็นไปได้

เฟเดริโก้ เคียร์ซ่า (ยูเวนตุส)

เฟเดริโก้ เคียร์ซ่า

 เฟเดริโก้ เคียร์ซ่า เกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2540 (อายุ 23 ปี) เป็นลูกชายของ เอนริโก้ เคียร์ซ่า ที่อดีตเคยโด่งดังกับ ปาร์ม่า ในยุค 1996-1999 และอีกหลายสโมสรในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตตาลี อย่าง ฟิออเรนติน่า, ลาซิโอ, เซียน่า และสิ้นสุดการค้าแข้งในช่วงปี 2009 กับสโมสร ฟิกไลเน่

เฟเดริโก้ เคียร์ซ่า เคยยอมรับผ่านสื่อดังในบ้านเกิดว่า เวลาลงทำหน้าที่ในสนาม แทบไม่เคยคิดจะเอาชื่อเสียงของผู้เป็นพ่อ มาแบกรับไว้บ่นบ่าเลย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้นักเตะดาวรุ่งคนนี้โชว์ฟอร์มได้ดีกว่าทายาทลูกหนังหลาย ๆ คนที่ต้องล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะทนแบกรับความกดดันจากนามสกุลของตัวเองไม่ไหว

อย่างไรก็ตาม นักเตะในวัย 23 รายนี้ ได้ก้าวมาไกลเกินกว่าผู้เป็นพ่อแล้ว เพราะตอนนี้เขาคือหนึ่งในนักเตะคนสำคัญ ของพลพรรค “ม้าลาย” ยูเวนตุส ที่เคยได้ลงสนามร่วมกับนักเตะระดับโลกอย่าง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้, เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่, อวาโร่ โมราต้า, เปาโล ดีบาร่า ร่วมไปถึง มัทไธจส์ เดอ ลิกต์

ซึ่งสิ่งนี้น่าจะเป็นตัวชี้ชัดว่า นี่จะเป็นเส้นทางที่ทำให้เขาพัฒนาฝีเท้าของตนเอง ขึ้นได้อีกเยอะในอนาคต โดยล่าสุด พาทีมชาติ อิตาลี คว้าแชมป์ยูโร 2020 มาครองได้เป็นผลสำเร็จ และทำประตูสำคัญช่วยทีมอีกด้วย

มาร์คัส ตูราม (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค)

มาร์คัส ตูราม

 

มาร์คัส ตูราม เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2540 (อายุ 24 ปี) เป็นลูกชายของ กองหลังชื่อดังชาวฝรั่งเศสอย่าง ลิลิยองต์ ตูราม ที่อดีตเคยโด่งดังจากสโมสร ปาร์ม่า ในปี 1996-2001, ยูเวนตุส 2001-2006 และสิ้นสุดการค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า 2006-2008

ชื่อ มาร์คัส ถูกตั้งขึ้นตาม มาร์คัส การ์วี่ย์ อดีตนักเคลื่อนไหวชาวจาเมก้า หลังจากที่ลืมตาดูโลกเพียงไม่กี่เดือน ก่อนผู้เป็นพ่ออย่าง ลิลิยองต์ ตูราม จะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1998 กับทัพ “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส นั่นจึงทำให้ มาร์คคัส ได้ซึมซับความสำเร็จจากผู้เป็นพ่อ บนเส้นทางวงการฟุตบอลมาโดยตลอด

ดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้ เริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งกับทีมดังในฝรั่งเศสอย่าง โซโชช์, แก็งก็อง จนกระทั่งถูกทีมดังในศึกบุนเดสลีก้าอย่าง “สิงห์หนุ่ม”โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ต้องดึงตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 12 ล้านยูโร เพราะเจ้าหนุ่ม ตูราม คนนี้เป็นถึงดีกรีแชมป์ยุโรปรุ่น U-19 กับทีมชาติฝรั่งเศส

ทำให้เวลานั้นเขาถูกจับตามอง ไม่แพ้เพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ฌอง-เควิน ออกุสแต็ง, เคลม็องต์ มิเชแล็ง, ลูโดวิช บลาส, อิสซ่า อิย็อป ร่วมไปถึงนักเตะที่กำลังฮอทสุด ๆ อย่าง คีเลียน เอ็มปั๊ปเป้ ของทีม เปแอซเช ทีมดัง ลีก เอิง ฝรั่งเศส

และจากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมกับทีม กลัดบัค ในช่วงปีที่สองของศึกบุนเดสลีก้า ทำให้หลายคนเชื่อว่า ลีกสูงสุดของเยอรมันน่าจะเล็กเกินไปสำหรับ มาร์คัส ตูราม เนื่องจากมีข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ที่สนใจที่จะดึงเขาไปร่วมทีม

ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็นกองหน้ารายนี้ตามรอยผู้เป็นพ่อ ได้โลดแล่นในทีมดังอย่าง บาร์เซโลน่า หรือ ยูเวนตุส ในเร็ว ๆ นี้ก็เป็นได้

ตารางคะแนน