มหารศึก เอล กลาซิโก้ ยังเป็นที่สุดในโลกฟุตบอลแม้ไม่มีเมสซี่

มหารศึก เอล กลาซิโก้  เชื่อว่าเกมระหว่างพวกเขากับ บาร์เซโลน่า ยังคงเป็นเกมที่ดีที่สุดในโลกฟุตบอลแม้จะไม่มี ลิโอเนล เมสซี่ ก็ตาม

มหารศึก เอล กลาซิโก้ ข่าววงการฟุตบอล สเปน ลาลีก้าสเปน “เบนซิม่า” เชื่อ “เอล กลาซิโก้” ยังเป็นที่สุดในโลกฟุตบอลแม้ไม่มีเมสซี่  คาริม เบนเซม่า หัวหอกของเรอัล มาดริด เชื่อว่าเกมระหว่างพวกเขากับ บาร์เซโลน่า ยังคงเป็นเกมที่ดีที่สุดในโลกฟุตบอลแม้จะไม่มี ลิโอเนล เมสซี่ ก็ตาม

ทั้งสองทีมเตรียมจะโคจรมาพบกันในศึก “เอล กลาซิโก้” อีกครั้งในสัปดาห์หน้า โดยจะเป็นคิวของทาง “ราชันชุดขาว” จะเป็นฝ่ายออกไปเยือนก่อน ในขณะที่เจ้าบ้านอย่าง “ต่างดาว” กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มไม่ดีนักและเพิ่งเสียคนสำคัญอย่าง เมสซี่ ออกจากทีม

อย่างไรก็ตามศูนย์หน้าฟอร์มแรงของฝั่งทีมเยือนก็ยังคงมองว่าเกมนัดนี้ยังมีความสำคัญเช่นเดิม

“สำหรับผมยังคงเป็นเหมือนเดิม มันยังเป็นเกมที่ดีที่สุดในโลกฟุตบอล ไม่เกี่ยวว่านักเตะคนไหนจะอยู่ที่นั่น ใครจะย้ายออกหรือย้ายเข้าเกมระหว่าง เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า มันก็ยังเป็นประวัติศาสตร์” เบนเซม่า กล่าว

“ชื่อของนักเตะเปลี่ยนไปอยู่ตลอด ก่อนหน้านี้ก็เคยมี ซีดาน, โรนัลดินโญ่, โรนัลโด้ และ เอโต้ แต่เกมนี้มันยังคงเป็น เรอัล มาดริด เจอกับ บาร์เซโลน่า”

“มันจะเป็นเกมที่ประมาทไม่ได้แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในช่วงที่ฟอร์มไม่ค่อยดี มันไม่มีโอกาสดีที่จะได้เจอกับพวกเขาหรอก ทีมอย่างบาร์เซโลน่า หรือทีมท็อปทุกทีม พวกเขาอาจจะมีเกมที่แย่แต่ก็กลับมาได้อีกครั้ง”

มหารศึก เอล กลาซิโก้

มหารศึก เอล กลาซิโก้ เรื่องจริงที่ควรรู้ ของ เอล – กลาซิโก้

– ศัพท์เฉพาะ เอล กลาซิโก้

ทุกเกมเอล กลาซิโก้ ถือเป็นการแข่งขันนัดสุดพิเศษ โดยมีคำศัพท์ภาษาสเปนที่เป็นคำเรียกเฉพาะอยู่จำนวนหนึ่ง ที่เรารวบรวมมาให้ที่นี่

Culés (คูเลส) หรือ Barcelonista (บาร์เซโลนิสตา), ชื่อเล่นของแฟนบอลบาร์เซโลนา
Merengues (เมเรนเกส) หรือ Madridistas (มาดริดนิสตาร์), ชื่อเล่นของแฟนบอลเรอัล มาดริด
Canguelo (คันเกวโล), คำที่ใช้ในสื่อเมืองมาดริด สื่อถึงความกลัวที่บาร์เซโลนากลัวจะเสียแชมป์ลาลีกาให้เรอัล มาดริด
La manita (ลา มานิตา), แปลตรงตัวว่ามือน้อย ๆ , ใช้สื่อถึงการฉลองชัยชนะเกมที่บาร์ซาถล่มมาดริด 5-0 เมื่อปี 2010
Pegada (เปกาดา),ใช้สื่อถึงรูปแบบการเล่นอันฉาบฉวยของเรอัล มาดริด
Villarato (บียาราโต , คำที่แฟนมาดริดใช้กล่าวหากรรมการว่าตัดสินเข้าข้างบาร์เซโลนา

– ครองใจแฟนบอลทั่วโลก

ไม่ใช่เพียงแค่แฟนพันธ์ุแท้ของสโมสรที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลกเท่านั้น แต่ทั้งสองทีมยังมีฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่นในโลกออนไลน์เช่นกันในต้นปี 2021, ดีลอยท์ ฟุตบอล มันนี่ ลีก ได้ประกาศว่า เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลนา คือสองทีมที่มีผู้ติดตามสูงสุดใน 4 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (เฟซบุค, อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์, TikTok รวมถึง ยูทูบ)

มาดริด มีผู้ติดตามมากสุดที่ 251.5 บัญชี ตามมาด้วย บาร์ซา 248 ล้านบัญชี โดยอันดับสามตามมาห่าง ๆ คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 140 ล้านบัญชี

– นักเตะคนใด ใครลงสนามมากที่สุด?

เซร์คิโอ รามอส และ ลิโอเนล เมสซี สองกัปตันคนปัจจุบันของทั้งสองทีม คือนักเตะที่ลงสนามในเกมเอล กลาซิโก้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ รามอส ลงสนาม 45 นัด ขณะที่ เมสซี ลงสนามไป 44 นัด ซึ่งเกมในวันนี้ เมสซี มีสิทธิ์ลงสนามเทียบเท่าสถิติของ รามอส เนื่องจากปราการหลังทีมชาติสเปนไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ มีเพียง ซาบี เอร์นานเดซ, มานูเอล ซานชีส และ ฟรันซิสโก เฆนโต ที่ลงสนามมากสุดตามมาที่ 42 นัด และ เซร์คิโอ บุสเกสต์ที่ 39 นัด

– เมสซี ดาวซัลโว

ทุกคนรู้กันดีว่า ลิโอเนล เมสซี คือนักเตะที่ทำประตูในศึก เอล กลาซิโก้ ได้มากที่สุด โดยทำไปแล้วถึง 26 ประตู จาก 44 นัด  ตามมาด้วย อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน และ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ทำไว้ 18 ประตูเท่ากัน อย่างไรก็ตามในการพบกับ เรอัล มาดริด 6 นัดหลังสุด เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์หกสมัย ยังยิงประตูไม่ได้เลย ประตูล่าสุดของเขาใน เอล กลาซิโก้ คือเมื่อตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2018

– การให้เกียรติคู่แข่ง

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเกมฟุตบอลที่ดุเดือดที่สุดในโลก แต่ศึก เอล กลาซิโก้ ก็มีเกมที่แสดงให้เห็นถึงความเคารพและให้เกียรติคู่แข่งอยู่เสมอ เกมที่แฟนบอลยังจำได้ดีคือในปี 2005 ที่บาร์ซา บุกถล่ม เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์ 3-0 ซึ่งเป็นเกมที่ โรนัลดินโญ โชว์ทักษะราวกับกำลังเล่นมายากลให้แฟนบอลทั้งสนามได้ดู โดยหลังโดนยิงประตูที่สามไป แทนที่แฟนบอลทีมราชันชุดขาวจะโกรธแค้น กลับยืนขึ้นปรบมือให้เจ้าเหยินน้อยที่โชว์ฟอร์มเทพในวันนั้นกันลั่นสนาม

ลอรี คันนิงแฮม และ ดิเอโก้ มาราโดนา ก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้เช่นกันในช่วงปี 1980 โดยผู้เล่นรายล่าสุดที่ได้รับเสียงปรบมือจากฝ่ายตรงข้ามในเกม เอล กลาซิโก้ คือ อันเดรส อิเนียสต้า เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2015

– ผู้แปรพักตร์ระหว่างสองทีม

ความเดือดในการพบกันของทั้งสองทีมลดอุณหภูมิลงอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่การย้ายทีมของ หลุยส์ ฟิโก้ จะทำให้เกมกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังตัดสินใจย้ายจาก บาร์เซโลนา ไป เรอัล มาดริด หลังข้อเรียกร้องขอขึ้นค่าเหนื่อยถูกปฏิเสธ แฟนบอลบาร์ซาโกรธแค้นดาวเตะชาวโปรตุเกสอย่างมาก และมีการขว้างปาสิ่งของลงสนามเวลาที่เจ้าตัวกลับมาเล่นที่ คัมป์นู รวมถึงช็อตปาหัวหมูที่ยังติดตาคนทั้งโลก อย่างไรก็ตาม ฟิโก้ เป็นเพียงหนึ่งใน 33 นักเตะที่เคยเล่นให้กับทั้งสองสโมสร รวมถึงนักเตะชื่อดังอย่าง  โรนัลโด้, ไมเคิล เลาดรู๊ป, หลุยส์ เอนริเก้, ซามูเอล เอโต้ และ ฮาเวียร์ ซาบิโอลา

เมื่อดูสถิติทั้งหมดที่ทั้งสองทีมเจอกัน ยังเป็น บาร์เซโลนา ที่ทำได้ดีกว่าด้วยผลงานชนะ 115 นัด ขณะที่ เรอัล มาดริด ชนะ 101 นัด และเสมอกัน 62 นัด

– ความขัดแย้งของอุดมการณ์ ทั้งสองทีมและสองเมือง (มาดริด และ บาร์เซโลนา) มีความแตกต่างในด้านการเมืองและอุดมการณ์ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกมระหว่างทั้งสองทีมมักมีความดุเดือดกว่าเกมทั่วไปเสมอ และยังเป็นมาจนถึงปัจจุบัน

ในฐานะทีมจากเมืองหลวง เรอัล มาดริด ถูกมองว่าเป็นทีมของชนชั้นปกครอง ในขณะที่ บาร์เซโลนา ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของชนชั้นแรงงานที่ต้องการปลดปล่อยตัวเองจากอิทธิพลของ มาดริด

สงครามกลางเมืองของสเปนเมื่อปี 1936-1939 ก็มีส่วนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองทีมเลวร้ายขึ้นเมื่อนายพล ฟรานชิสโก้ ฟรังโก้ เคยสั่งให้ทหารของตนเข้าสังหาร โจเซป ซัลยอล ประธานสโมสรบาร์เซโลนาและตัวแทนพรรคสนับสนุนการเมืองเสรี

ทั้ง 2 ทีม ถือได้ว่าเป็นคู่ปรับกันมา คู่ปรับ 119 ปี เกมระหว่าง เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลนา คือหนึ่งการแข่งขันที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีบันทึกว่าการพบกันครั้งแรกของทั้งสองทีมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน ปี 1902 ในรายการ โคโรเนชั่น คัพ ซึ่งบาร์ซา เป็นฝ่ายชนะ 3-1

ขณะที่ศึก’เอล กลาซิโก’ ครั้งแรกในลีกถูกบันทึกขึ้นในปี 1929

ตารางคะแนน