ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ตำนานปราการหลังที่แข็งแกร่งที่สุดคนนึงในโลกของฟุตบอล

ฟาบิโอ คันนาวาโร่ อดีตกัปตันทีมชาติ อิตาลี กับเส้นทางชีวิตค้าแข้งของเขา แล้วได้ชื่อว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดคนนึง ในโลกของวงการลูกหนัง

ฟาบิโอ คันนาวาโร่

ฟาบิโอ คันนาวาโร่ คือนักเตะที่เล่นในตำแหน่งกองหลัง และเป็น 1 ในผู้เล่นกองหลังเพียงไม่กี่คนที่ได้รับรางวัล “ฟีฟ่า บัลลงดอร์” มาครองได้สำเร็จ ซึ่งรางวัลนี้ ไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีนักเตะในตำแหน่งนี้ที่ได้รับ แต่ คันนาวาโร่ ก็คว้ามาได้ จากความสามารถของเขาเอง ทั้ง ๆ ที่เป็นกองหลังที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งสูงเพียง 175 เซนติเมตร เท่านั้น ถ้าเทียบกับผู้เล่นอื่นในตำแหน่งเดียวกันแล้ว ถือว่าเขาตัวเล็กมาก เขาทำยังไง ถึงมาเป็นกองหลังสุดแกร่งได้ จนประสบความสำเร็จมามากมายขนาดนี้

นาโปลี

จุดเริ่มต้น และการค้นพบตัวตน ในการเล่นฟุตบอลอาชีพ

อดีตยอดกองหลังรายนี้ เกิดและเติบโตที่เมือง เนเปิ้ลส์ ในประเทศ อิตาลี อีกทั้งยังเป็นแฟนตัวยงของสโมสร นาโปลี ที่ในตอนนั้นมียอดนักเตะระดับโลกอย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า ร่วมทีมอยู่ด้วยในขณะนั้น ชนิดที่คลั่งไคล้ หลงไหลกันเลยทีเดียว เพราะนับตั้งแต่ที่เขาจำความได้ คันนาวาโร่ ก็ได้เห็นความสามรถ และความอัจฉริยะของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ด้วยตาของตัวเค้าเองแบบเป็น ๆ ที่ขอบสนามมาโดยตลอด 

คันนาวาโร่ กล่าวว่า 

“ผมเริ่มเล่นฟุตบอล ในตำแหน่งกองกลาง เพราะตัวผมเล็กคล้าย ๆ กับ มาราโดน่า โค้ชเลยคิดว่าผมเหมาะสมกับตำแหน่ง กองกลางมากที่สุด แต่พอได้ย้ายมาเป็นนักเตะเยวชนของ นาโปลี โค้ชของทีมจับผมมาเล่นเป็นกองหลัง โค้ชบอกกับผมว่า เขามองเห็นแววของกองหลังที่ดี ที่ซ่อนอยู่ในตัวของผมมากกว่า”

คันนาวาโร่ อดีตเคยเป็นทั้งเก็บบอล และเคยเป็นเด็กขัดรองเท้าให้กับรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่ และด้วยการที่ได้อยู่จุดนั้นภายในทีม นาโปลี ในยุคที่รุ่งเรืองสุด ๆ นั้นทำให้ คันนาวาโร่ ได้สัมผัสกับนักเตะระดับท็อปของโลก จึงทำให้เขาเหมือนมีอาจารย์เก่ง ๆ อยู่ใกล้ตัว ซึ่งเป็นการช่วยให้ตัวเขา ได้ขัดเกลา และพัฒนาฝีเท้าในเกมรับของตัวเอง ให้กลายเป็นกองหลังชั้นยอดได้หลายคนเลยทีเดียว โดยเฉพาะ 1 ในนั้นคือ ดีเอโก้ มาราโดน่า

คันนาวาโร่ กล่าวว่า

“ตอนที่ผมถูกเรียกตัวให้มาซ้อมในทีมชุดใหญ่ครั้งแรก รุ่นพี่ ชิโร่ แฟร์เร่า มองมาที่ผมแล้วก็อมยิ้มเหมือนมีอะไรในใจ เขาพูดกับผมว่า ไอ้หนู นายจะไม่ได้แย่งบอล มาราโดน่า หรอกนะ เพราะลูกบอลมันไม่เคยหลุดออกจากเท้าหมอนั่นง่าย ๆ หรอก แล้วรุ่นพี่ ชิโร่ แฟร์เรร่า ก็ยื่นบอลมาให้ผม แล้วเขาตอบกลับมาว่า แต่นายยังได้จากฉันนะ เอาไปสิ เมื่อเขาพูดจบ ก็ยิ้มจนแก้มฉีกให้กับผม”

คันนาวาโร่ ยังกล่าวต่อว่า

“มาราโดน่า ฝีเท้ายอดเยี่ยมสมคำร่ำลือ เวลาที่เขาเริ่มเลี้ยงจี้มาหาผม บอลจะเด้งออกจากนิ้วโป้งเขา ในทุก ๆ ครั้งที่เลี้ยงบอล และในวันนั้นผมกะจังหวะได้อย่างพอดิบพอดี ผมพุ่งเข้าไปเสียบบอลจากเท้าของ มาราโดน่า”

“ทุกคนอึ้งและนิ่งเงียบ มีเพียงคนเดียวที่ยิ้มในจังหวะนั้นนั่นก็คือ มาราโดน่า นั่นเอง เมื่อจบการซ้อม เขาเดินมาหาผม และยื่นรองเท้าให้ นั่นคือเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียว”

“ที่นาโปลี สอนให้ผมได้เรียนรู้ว่า หากต้องการจะเป็นกองหลังที่เก่ง เราต้องได้ซ้อมกับตัวรุกที่เก่งที่สุดในโลกอย่างเขา และผมโชคดีที่ได้ซ้อมกับ มาราโดน่า ทุกวัน”

 

ฟาบิโอ คันนาวาโร่

การฝึกฝนทักษะ และเทคนิคเพื่อเสริมสกิล ในการเป็นกองหลังที่ครบเครื่อง

ฟาบิโอ คันนาวาโร่ เรียนรู้เทคนิคของการเล่นเกมรับมาจากนักเตะเก่ง ๆ มากมาย แต่สิ่งที่ทำให้ตัวเขาก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นกองหลังที่ธรรมดา ไปสู่การก้าวขึ้นไปเป็นกองหลังชั้นยอดก็คือ การอ่านเกม และอ่านจังหวะทางบอล

ตอนสมัยที่เคยค้าแข้งที่ ปาร์ม่า ตัวของ คันนาวาโร่ เองก็ได้ยอมรับว่า เคล็ดลับในการที่ทำให้เขาเล่นลูกกลางอากาศได้ดีก็เพราะ การอ่านเกม และอ่านจังหวะของลูกฟุตบอล แน่นอนว่าการที่เขาเป็นกองหลังที่มีรูปร่างไม่สูงมาก คืออุปสรรคสำคัญในการขึ้นแย่งโหม่ง จึงต้องทดแทนด้วยการอ่านเกม แล้วชิงจังหวะขึ้นเทคตัวให้สูง และถึงก่อนผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม

ฟาบิโอ มีเทคนิคการฝึก ด้วยการกระโดดโดยใช้ตัวถ่วงน้ำหนักที่ข้อเท้า และให้โค้ชโยนบอลมาจากทุกทิศ ทุกมุมของสนาม เพื่อจะกะจังหวะที่ลูกบอลตก รวมไปถึงการอ่านจังหวะ และคาดการณ์ทิศทาง ของวิถีของลูกบอลที่จะพุ่งไปทางไหนอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังฝึกลูกเล่นเรื่องการใช้ ลูกตุกติกตามแทคติกเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งเกมรับแบบเขา ซึ่งเรามักจะเคยเห็นลูกเล่นแบบนี้ของเขาบ่อยครั้ง การใช้จังหวะตุกติกเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงมีผลกับการเล่นเกมรับมากพอสมควร กับรูปเกมเลยทีเดียว อย่างในเกมหนึ่ง ในจังหวะที่เขาแท็คเกิ้ลคู่แข่งจนเสียหลัก แต่บอลยังวิ่งเลียดเส้นข้าง โดยที่คู่แข่งพยายามรุกขึ้นมาเพื่อจะวิ่งไปเล่นบอลต่อ แต่ด้วยกึ๋นเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขานี่แหละ เพียงกระตุกเสื้อเบา ๆ เนียน ๆ ก็ทำให้คู่แข่งเสียหลักทำให้ไปไม่ถึงบอล จนเขาเองเอาบอลกลับมาครองได้แบบเนียนตาไม่เสียฟาวล์เลยซะด้วยซ้ำไป

หลายคนมองว่า การเล่นแบบนี้มันดูไม่ใสสะอาด ขัดใจนักเตะหลายคน แต่ก็ยังมีอีกหลายคนมองว่ามันคือการชิงไหวชิงพริบ ชิงจังหวะเพื่อความได้เปรียบ ซึ่งมันต่างออกไปจากการตุกติกนอกเกม เพราะว่าการเล่นนอกเกมมันจะดูไม่เหมาะสมมากกว่า แต่ตัวเขาเองเราจะเห็นไม่บ่อยนัก เวลาเขาเล่นนอกเกม ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า คันนาวาโร่ คนนี้ เป็นกองหลังที่ชิงจังหวะเก่ง แล้วอยู่ในเกมแบบใสสะอาด เป็นลำดับต้น ๆ ของโลกเลยก็ว่าได้

นอกจากการอ่านเกมที่ค่อนข้างเฉียบขาดแล้ว สิ่งที่เรียกว่า แทคตุกติคเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้แหละ ที่ช่วยผลักดัน เสริมสร้างทักษะของ คันนาวาโร่ ให้กลายเป็นกองหลังชั้นยอดของโลกในช่วงเวลานั้น

ฟาบิโอ คันนาวาโร่

ประวัติคร่าว ๆ ของเขาและเส้นทางอาชีพในวงการฟุตบอล

ฟาบิโอ คันนาวาโร่ เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 1973 (อายุ 48 ปี)

เกิดที่เมือง เนเปิส์ ประเทศ อิตาลี เข้าสู่ทีมเยวชนของ สโมสร นาโปลี ในปี 1988 – 1992 

เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับ นาโปลี ในปี 1992 – 1995 แล้วได้ย้ายไปเล่นให้กับสโมสรดัง ๆ ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อย่าง อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส และได้ย้ายไปเล่นใน ลา ลีกา สเปนอย่าง เรอัล มาดริด จนถึงปี 2009 แล้วกลับสู่ ยูเวนตุส อีกครั้งจนถึงปี 2010 และช่วงปลายชีวิตการค้าแข้ง ก็ย้ายไปเล่นให้กับ อัล อาห์ลี ในซาอุดิอาระเบีย ก่อนที่จะแขวนสตั๊ด ก่อนรับบทบาทการเป็นผู้จัดการทีม หลาย ๆ สโมสรในเอเชีย และล่าสุดกับการคุมทีมชาติจีน เมื่อปี 2019

มันคือทักษะที่ยอดเยี่ยมราวกับงานศิลป์ของเกมรับ ที่สุดท้ายแล้ว สิ่งนี้เองที่ทำให้เขาได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติ อิตาลี พาทีมผงาดขึ้นชูถ้วยแชมป์โลกในปี 2006 ที่เยอรมันได้เป็นผลสำเร็จ แล้วด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขา หลังจากที่พาทีมคว้าแชมป์โลกได้แล้ว เขาก็ก้าวขึ้นมาจุดสูงสุดของชีวิตการค้าแข้งโดยการ คว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของสมาพันธ์ ฟีฟ่า หรือที่เรียก “ฟีฟ่า บัลลง ดอร์” มาครองได้ จนทำให้ชื่อของเขา ขึ้นทำเนียบกองหลังที่ดีที่สุดคนนึงของโลก อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

ตารางคะแนน