ต่อมอิจฉาแตกตายเรียบทั้งวงการ นิวคาสเซิ่ลอาจรวยเบอร์หนึ่งโลกหากเจรจาสำเร็จ

เตรียมตัวรวยจนตาย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เตรียมพร้อมขึ้นแท่น เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีสถานภาพทางการเงินมั่งคั่งเป็นอันดับหนึ่งของโลกรายใหม่ทันที หากกลุ่มทุนจาก ซาอุดิ อาระเบีย เข้ามาเจนจนได้สำเร็จ

หลังจากที่มีอันต้อง ฝันค้างทานแห้วกัน ไปในคราวก่อนเมื่อปี 2019 ล่าสุดเหล่าบรรดาสาวก ทูน อาร์มี่ กำลังแตกตื่นคึกคัก กันเป็นการใหญ่ เมื่อมีการเปิดเผยข่าว ชิ้นโตว่ากลุ่มทุนใหญ่จากประเทศ ซาอุดิ อาระเบีย จ่อได้รับสัญญาณไฟเขียว ให้เข้าซื้อกิจการ ของสโมสรแข้งแห่งถิ่น เซนต์ เจมส์พาร์ค ไปบริหารได้ อันจะเป็นการทำให้ ไมค์ แอชลีย์ เศรษฐีจอมงก ในมุมมองของเหล่ากองเชียร์ทีม สาลิกาดง ถึงคราวต้องยุติบทบาท การดำรงตำแหน่งเจ้าของทีม ในเวลาอันยาวนานถึง 14 ปี ลงไปทันทีเสียที

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
สโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

ตามข้อมูลการรายงานของ ดิ แอธเลติก มีการยืนยันแล้วว่า กลุ่มทุนจากประเทศ ซาอุดิ อาระเบีย สามารถที่จะเข้าทำการ เทคโอเวอร์ทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในราคา 300 ล้านปอนด์ (ราว 13,923 ล้านบาท) เหมือนที่พวกเขาเคยยื่นข้อเสนอ ให้ในคราวก่อนได้แล้ว ด้วยเหตุที่ว่า สามารถทำการตกลง ในข้อพิพาทกับ บีอิน สปอร์ตส์ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากได้ถูกกีดกัน เนื่องจาก ซาอุดิ อาระเบีย ได้ทำการแฮ็คสัญญาณ การถ่ายทอดสดเกมส์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ให้ไปแพร่ภาพ ในประเทศของตน แบบละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

และด้วยเหตุนี้เอง หากการเจรจา เพื่อทำการเทคโอเวอร์ เดอะ แม็คพายส์ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งได้มีการ คาดกันว่าอาจปิดดีล ได้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว ก็จะทำให้ทีมสโมสรฟุตบอล จากดินแดนอีสานของประเทศอังกฤษทีมนี้ กลายเป็นสโมสรฟุตบอล ที่ร่ำรวยที่สุด ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลก ในทันทีชนิดที่ ไม่มีทีมไหน จะเทียบเคียงกันอีกได้เลย

ทางด้านของสื่อมวลชน เจ้าดังกล่าวก็ยังได้ ระบุเพิ่มเติมอีกว่า หากขั้นตอนต่างๆนั้น สำเร็จเสร็จสิ้น กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากประเทศ ซาอุดิ อาระเบีย จะเดินเข้ามาเป็นเจ้าของทีม สาลิกาดง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ดในสัดส่วนมากถึง 80% โดยที่จะมี ยาซีร์ อัล รูมายยัน ซึ่งได้รับการหนุนหลัง จากราชวงศ์ให้เข้ามา นั่งเก้าอี้เป็น ประธานสโมสร ในขณะที่อีก 20% ที่เหลือนั้น อาแมนด้า สตีฟลีย์ นักธุกิจหญิงชาวอังกฤษ ที่เป็นคนเดินเรื่อง ของการติดต่อ เพื่อขอซื้อทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ให้กับมหาเศรษฐีชาวอาหรับ ตั้งแต่หนก่อน จะนำไปแบ่งให้กับ พี่น้องตระกูลรวยเบน ชาวอังกฤษเช่นกันในอัตราส่วน 10% เท่าๆกันด้วยเช่นกัน

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เจ้าสาลิกาดง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จะทำการเขี่ยทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และทีม แมนเชสเตอร์ซิตี้ ให้ตกกระป๋องไป กลายเป็นเพียงแค่ ทีมยาจกเท่านั้น เนื่องจากมีการตีแผ่ ข้อมูลสำคัญออกมาว่า อาบังเจ้าสัวแห่ง ซาอุดิ อาระเบีย ผู้นี้นั้น มีทรัพย์สินระดับ 320 พันล้านปอนด์ ซึ่งมีมากกว่า ชีค มันซูร์ ผู้ที่เป็นเจ้าของทีม เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง10 เท่า และก็ยังมากกว่า นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ ผู้ที่เป็นมหาเศรษฐี และเป็นเจ้าของทีม เปแอสเช ถึง 50 เท่า แถมหากเมื่อนำ ทั้งสองทีมมารวมเม็ดเงินกัน ก็ยังไม่มั่งคั่ง มากมายมหาศาลเท่ากับ นิวคาสเซิ่ล อีกด้วยซ้ำ

มาจนถึงขณะนี้ทางด้านทีม นิวคาสเซิ่ล เองก็ยังไม่ได้เปลี่ยน ผู้ครอบครองทีม ชีค มันซูร์ ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นเจ้าของทีมฟุตบอล ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก จากตัวเลขทรัพย์สิน 23.2 พันล้านปอนด์ ขณะที่ อัล เคไลฟี่ รั้งตำแหน่ง อยู่ที่อันดับแปดที่ตัวเลข 6.5 พันล้านปอนด์

ซึ่งพร้อมกันนี้ หากกลุ่มทุนจากประเทศ ซาอุดิ อาระเบีย สามารถเข้ามาครอบครอง ทีมลูกหนังของเมืองผู้ดีอังกฤษทีมนี้ได้สมใจ ก็จะส่งผลเป็นข่าวร้ายสำหรับ สตีฟ บรู๊ซ อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยได้ทำการคาดกันว่า สาลิกาดง ภายใต้เจ้าของคนใหม่ จะทำการเปลี่ยนตัว ผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างแน่นอน

ตารางคะแนน