ซามูไรหนุ่มในทัพปืนใหญ่

ซามูไรหนุ่มในทัพปืนใหญ่

ซามูไรหนุ่มในทัพปืนใหญ่ ข่าววงการฟุตบอลอังกฤษ ในวันแรกที่ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ ย้ายมาอาร์เซน่อล คำถามของแฟนๆ       ปืนใหญ่ที่อังกฤษคือ “นี่มันใครวะ” พูดตรงๆ คือเขายังไม่ได้รับการยอมรับ เพราะชื่อเสียงยังไม่เป็นที่รู้จักมากพอ

ณ เวลานั้น อาร์เซน่อลเปิดฤดูกาลมาแพ้ 3 เกมรวด แฟนๆ กำลังโมโหกราดเกรี้ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วตัวสุดท้ายที่สโมสรซื้อก่อนปิดตลาด ดันเป็นโทมิยาสึ กับราคาสูงถึง 16 ล้านปอนด์ มันทำให้แฟนๆ ตั้งคำถามว่า ไปโดนสโมสรอื่นย้อมแมวมาอีกหรือเปล่า

ถ้าว่ากันตรงๆ ชื่อเสียงของโทมิยาสึ ก็ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักจริงๆ นั่นล่ะ ฟุตบอลโลกก็ไม่เคยไปเล่น ประสบการณ์ในยุโรป ก็อยู่กับแซงต์ ทรุยด็องในเบลเยี่ยม และโบโลญญ่าในเซเรีย อา ที่สำคัญ ยังไม่เคยคว้าแชมป์อะไรเลยแม้แต่รายการเดียว

ตามปกติแล้วเวลาเราซื้อนักเตะสักคนเข้าทีม ก็จะรู้ว่า ผู้เล่นคนนั้นเล่นตำแหน่งไหน แต่กับเคสของโทมิยาสึ บทสนทนาที่แฟนบอลคุยกันคือ นักเตะญี่ปุ่นคนนี้ เล่นเซ็นเตอร์แบ็ก หรือ ฟูลแบ็กกันแน่

ตอนอยู่ในเจลีก กับลีกเบลเยี่ยม เขาเล่นเซ็นเตอร์แบ็กอย่างเดียว ด้วยส่วนสูง 188 เซนติเมตร ตามหลักก็ต้องเล่นเซ็นเตอร์แบ็กนั่นแหละ แต่พอย้ายมาโบโลญญ่า เขาโดนไปยืนเป็นแบ็กขวาเฉยเลย

ดังนั้นคำถามในวันแรกที่โทมิยาสึ เซ็นสัญญาคือ จะจับเอาเขามายืนตรงกลางร่วมกับเบน ไวท์ หรือกาเบรียล หรือจะส่งไปยืนแบ็กขวาแทนเซดริก โซอาเรส แฟนบอลยังไม่รู้เลยว่าอาร์เตต้าคิดอะไรอยู่ในหัว

สำหรับคำตอบว่าเขาถนัดตำแหน่งไหนที่สุด เราต้องย้อนกลับไปดูแบ็กกราวน์ของเขาก่อน

โทมิยาสึ เกิดในปี 1998 ที่เมืองฟุกุโอกะ เขามีพี่สาวสองคน เป็นนักกีฬาว่ายน้ำทั้งคู่ ดังนั้นเขาเลยตั้งใจจะเข้าชมรมว่ายน้ำเช่นกัน ตอนขึ้น ป.1

แต่ปัญหาคือก่อนถึงวันเลือกชมรม เขาไปวิ่งเล่นบนลู่ (Treadmill) ที่บ้านคุณปู่ แล้วหกล้มหน้าคว่ำ จนคางแตกยับต้องเย็บแผล ดังนั้นเลยไม่สามารถลงน้ำได้ ในช่วงระยะหนึ่ง

จังหวะนั้นเอง บังเอิญที่โค้ชของทีมฟุตบอลในโรงเรียน ชื่อคันจิ สึจิ ไปเยี่ยมเพื่อนที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง ที่โทมิยาสึกับครอบครัวอาศัยอยู่พอดี แล้วโทมิยาสึ วิ่งเล่นในทางเดินแคบๆ ราว 1.5 เมตร แต่วิ่งฉิวตัวปลิว มันทำให้โค้ชตกใจมาก “นี่เป็นการวิ่งที่ผมไม่เคยเห็นจากเด็กวัยแบบนี้มาก่อน มันเร็วเหมือนลม จากนั้นผมไปดูขาของเขา มันหนาและแข็งแรงมาก”

เมื่อเห็นดังนั้น และรู้ว่าเด็กคนนี้อยู่ในโรงเรียนประถมซังจิกุ ที่ตัวเองสอนพอดี จึงติดต่อพ่อแม่ ขอให้ส่งลูกชายมาอยู่ชมรมฟุตบอล ซึ่งโทมิยาสึ ก็ยอมไปลองเล่นฟุตบอลดูก้ได้

ซามูไรหนุ่มในทัพปืนใหญ่

สิ่งที่โทมิยาสึมีคือความเร็วอันเหลือเชื่อ โค้ชสึจิเล่าว่า “เมื่อเขาสตาร์ตเลี้ยงบอล ไม่มีเด็กคนไหนในฟุกุโอกะจะไล่ตามเขาทัน มันเป็นความเร็วที่มหัศจรรย์มากจริงๆ”

ในการซ้อมทั้งหมด โทมิยาสึ เอ็นจอยกับการวิ่งมาก โค้ชเล่าว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่โดนทำโทษให้วิ่งรอบสนาม แทนที่โทมิยาสึจะหงุดหงิดหรือเซ็ง แต่เขากลับชอบที่ได้วิ่ง และการวิ่งก็ไม่เคยแอบโกงวิ่งลัดสนาม แต่วิ่งอ้อมมุมธงครบระยะทุกครั้ง

จริงๆ โทมิยาสึ เป็นคนชอบการวิ่ง ชอบความเร็ว แต่ปัญหาของเขาคือ เจ้าตัวเป็นเด็กที่โตเกินกว่าเด็กประถมคนอื่นๆ ก่อนจบ ป.6 เขาสูงถึง 170 เซนติเมตร ถือว่าร่างใหญ่ยักษ์ ดังนั้นโค้ชจึงเปลี่ยนตำแหน่ง จากที่เคยเป็นปีกขวา เปลี่ยนมาเป็น เซ็นเตอร์แบ็กแทน เพราะเด็กญี่ปุ่นไซส์ใหญ่โตแบบนี้หายาก

เมื่อมีร่างกายใหญ่โต ทำให้เขาใช้ข้อได้เปรียบด้านร่างกาย เอาชนะเด็กรุ่นเดียวกันได้เสมอ แค่กระแทก เด็กคนอื่นก็กระเด็นแล้ว

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของโทมิยาสึ เกิดขึ้นในปี 2009 ตอนเขาอายุ 11 ขวบ โรงเรียนสอนฟุตบอลบาร์เซโลน่า มาเปิดศูนย์ฝึกเยาวชนที่ญี่ปุ่น และโทมิยาสึก็เข้าไปสมัครด้วย

มีเกมอุ่นเครื่องหนึ่งนัด ที่ทีมเยาวชนบาร์เซโลน่าของญี่ปุ่น เจอกับ ทีมเยาวชนของแอตเลติโก้ มาดริด ปรากฏว่า บาร์เซโลน่าของโทมิยาสึแพ้ 10-1

“ผมช็อกมากกับผลการแข่งขัน ฝั่งแอตเลติโก้ มาดริด ส่งเยาวชนผิวดำคนหนึ่งลงสนาม ร่างกายเขาแข็งแกร่งมาก ผมสู้ไม่ได้เลย ล้มกลิ้งไปกองกับพื้น”

ถึงจุดนั้นโทมิยาสึ ถึงได้เข้าใจว่า ที่ญี่ปุ่นคุณอาจคิดว่าตัวเองตัวใหญ่ก็ชนะแล้ว แต่เมื่อไปเจอกับคู่แข่งนานาชาติ มันจะมีคนที่แข็งแรงกว่าคุณเยอะ คนแอฟริกัน คนยุโรป มีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าคนญี่ปุ่นคิดจะไปสู้กันด้วยพลังกายอย่างเดียว ไม่มีวันชนะหรอก ต้องมีทักษะด้านอื่นๆ ประกอบด้วย เรื่องความเร็วก็ยังสำคัญมากๆ อยู่

นอกจากนั้น คนที่ช่วยให้ไอเดียที่น่าสนใจกับโทมิยาสึ มีชื่อว่า อีวาน ปาลันโก้ เป็นโค้ชอะคาเดมี่ของบาร์เซโลน่า เขาแนะนำว่า “ทาเคฮิโระ นายสามารถไปเล่นระดับโลกได้นะ ถ้าขยับมายืนฟูลแบ็ก”

ในมุมของโค้ช ถ้าโทมิยาสึเล่นเซ็นเตอร์แบ็กต่อไป ก็อาจประสบความสำเร็จในระดับเจลีก แต่ถ้าไปเลเวลที่สูงกว่านั้น การไปเบียดคู่แข่งในตำแหน่งนี้มันยาก แต่ถ้าขยับมายืนฟูลแบ็ก ก็สามารถปล่อยความเร็วของตัวเองได้ในบางจังหวะ แต่ก็สามารถใช้ร่างกายสูงใหญ่ของตัวเองให้เป็นประโยชน์ได้ด้วย ดูจะเหมาะกับโทมิยาสึมากที่สุด

ในปี 2011 โทมิยาสึจบ ป.6 และเริ่มเรียนในชั้นมัธยมต้น ณ เวลานั้นเอง สโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ เปิดรับสมัครเยาวชนเข้ามาอยู่ในอะคาเดมี่ โดยมีเด็กมาสมัครมากถึง 250 คน แต่ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่โต ทำให้โทมิยาสึ ติดทีมทันที พร้อมถูกส่งไปเล่นเซ็นเตอร์แบ็กตั้งแต่วันแรก

ยูจิ มิยาฮาระ โค้ชทีม u-15 ของอวิสป้า ฟุกุโอกะกล่าวว่า “ผมเห็นทาเคฮิโระตอนเขามาคัดตัว จริงๆ ชื่อเสียงเขาก็ไม่ได้โด่งดังอะไร แต่ที่เราสนใจคือส่วนสูงของเขา เด็ก ม.1 แต่สูงถึง 170 เซนติเมตร แม้แต่คุณแม่ของเขาก็ตัวสูง ดังนั้นเราคิดว่า เขาสามารถโตขึ้นได้อีกเยอะในอนาคต”

จริงๆ จุดนี้ ถ้าเขาจะเอาดีทางเซ็นเตอร์แบ็กไปเลย ก็จะไปโฟกัสในการซ้อมรูปแบบหนึ่ง แต่ประสบการณ์ที่บาร์เซโลน่ามันบอกให้เขารู้ว่า เขาจะทิ้งเรื่องอื่นๆ เช่นความเร็ว และเทคนิคไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีวันก้าวไประดับยุโรปได้เลย

ดังนั้นในการซ้อม นอกจากต้องซ้อมการป้องกันลูกโด่ง การสร้างกล้ามเนื้อที่เป็นพื้นฐานของเซ็นเตอร์แบ็กแล้ว เขาก็ต้องไปซ้อมเรื่องการวิ่งด้วย ทำอย่างไรจะสปรินท์ได้เร็วขึ้น และต่อเนื่องโดยไม่เหนื่อยง่าย เด็กคนอื่นซ้อมเท่าไหร่ เขาซ้อมมากกว่านั้น

โค้ชมิยาฮาระเล่าว่า “อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของทาเคฮิโระ ไม่ใช่ความเร็ว ไม่ใช่ส่วนสูง แต่เป็นความจริงจังในการอยากพัฒนาตัวเอง”

หลังจากอยู่อะคาเดมี่ได้ 5 ปี ในปี 2015 สโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ยื่นสัญญาอาชีพให้โทมิยาสึ ทั้งๆที่ตอนนั้นเขาอายุ 17 ปี และเรียนอยู่ชั้น ม.5 ซึ่งโทมิยาสึก็ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน แล้วมาเล่นฟุตบอลอาชีพทันทีนับจากนั้น

โทมิยาสึ มีส่วนสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนไปหยุดที่ 188 เซนติเมตร ในวงการฟุตบอลปัจจุบัน คนที่สูงขนาดนี้ น้อยคนมาก ที่จะเล่นตำแหน่งประจำคือฟูลแบ็ก แต่โทมิยาสึ ก็ยังซ้อมวิ่งอย่างหนักเป็นประจำ เผื่อในอนาคตหากต้องขยับไปเล่นฟูลแบ็กเมื่อไหร่ เขาจะได้มี Stamina และมีความเร็วมากพอ ในการต่อสู้กับคู่แข่ง

ไอดอลที่เป็นโมเดลของโทมิยาสึ คือคาลิดู คูลิบาลี่ กองหลังของนาโปลี “คูลิบาลี่ แข็งแรง เร็ว เล่นฉลาด เขารู้ว่าตอนไหนควรจะทำอะไร” มีเซ็นเตอร์แบ็กไม่เยอะนัก ที่เป็นสายสปีด แต่นั่นล่ะคือแนวทางที่เขาอยากจะไป ถ้าไม่ได้เล่นฟูลแบ็ก ก็ขอเป็นเซ็นเตอร์แบ็กที่มีความเร็วละกัน

3 ซีซั่นกับอวิสป้า ฟุกุโอกะ เขาเล่นเซ็นเตอร์แบ็กทั้งหมด จากนั้นตอนย้ายไปแซงต์ ทรุยด็องในลีกเบลเยี่ยมก็เล่นเซ็นเตอร์แบ็ก แม้แต่ตอนติดทีมชาติญี่ปุ่นเกมแรกในปี 2019 เขาก็ยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก หลายคนอยากให้เขาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กตัวหลักของทีมชาติ ในฟุตบอลโลกที่กาตาร์ ให้ยืนคู่กับมายะ โยชิดะไปเลย

ดูเหมือนทักษะแบ็กขวาที่เขาฝึกซ้อมมาตลอด ยังไม่ถูกนำมาใช้ในตอนนี้


ตอนย้ายไปแซงต์ ทรุยด็อง นอกจากจะซ้อมอย่างหนักในสนามแล้ว เขายังเรียนภาษาเพิ่มเติม โดยโทมิยาสึ พูดภาษาอังกฤษในระดับที่สื่อสารได้ และเมื่อมีข่าวว่า มีทีมจากอิตาลีสนใจ เขาก็เรียนภาษาอิตาเลียนด้วย

โทมิยาสึ ย้ายไปโบโลญญ่าในอิตาลี ด้วยราคา 7 ล้านยูโร ในเดือนกรกฎาคม ปี 2019 โดยในงานแถลงข่าว เขาแนะนำตัวด้วยภาษาอิตาเลียน ซึ่งกำแพงภาษา เป็นสิ่งที่ขัดขวางนักกีฬาญี่ปุ่นหลายคนในเวทีนานาชาติ ดังนั้นโทมิยาสึ จึงตั้งใจว่า เมื่อไปเล่นที่ไหน ก็อยากพูดภาษาของที่นั่นให้ได้ ในระดับที่สื่อสารได้

คนที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของโทมิยาสึอีกครั้ง คือ ซินิซ่า มิไฮโลวิช โค้ชของโบโลญญ่า โดยตอนแรกๆ โทมิยาสึก็เล่นเซ็นเตอร์แบ็ก แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่ ช่วงกลางฤดูกาล โบโลญญ่าไม่ชนะใคร 4 เกมติด โดนคู่แข่งยิงทุกเกม ดังนั้นมิไฮโลวิชเลยลองปรับกลยุทธ์ใหม่

จากเดิมใช้ลอเรนโซ่ ดิ ซิลเวสตรี้ เป็นแบ็กขวาตัวหลัก คราวนี้ลองขยับโทมิยาสึ เป็นแบ็กขวาบ้าง ในเกมเจออตาลันต้า ปรากฏว่าพอยืนแบ็กขวาปั๊บ โทมิยาสึ วิ่งสปรินท์อย่างดุเดือด ในนาทีที่ 73 เขาวิ่งมาจากฝั่งตัวเอง ชิ่ง 1-2 กับริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่ ซัดผ่านนายทวารเข้าไปอย่างเด็ดขาด

มิไฮโลวิชใช้โทมิยาสึ ยืนแบ็กขวาแล้วเกมดีขึ้นจริงๆ ไม่ได้คิดไปเอง จากนั้นในนัดต่อมา เขาลองจับเอาโทมิยาสึ มายืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก ปรากฏว่าทีมเสมอฟิออเรนติน่า 0-0

นัดต่อมา มิไฮโลวิชเอาใหม่ จับโทมิยาสึมายืนแบ็กขวาอีกครั้ง แล้วเขาก็ยิงอีก กลายเป็นว่า พอยืนตำแหน่งนี้ แล้วทำให้เกมของโบโลญญ่าสมดุลขึ้น เกมรุกน่ากลัวขึ้น

แล้วจากนั้นเป็นต้นมา มิไฮโลวิชก็จับโทมิยาสึยืนแบ็กขวาไปตลอดจนจบซีซั่น เขาตัวใหญ่ก็จริง แต่ไม่เทอะทะ สปีดต้นยอดเยี่ยม และมีความอึดที่สามารถวิ่งได้ 90 นาทีสบายๆ ยิ่งไปกว่านั้น จังหวะเซ็ตพีซของทีมก็น่ากลัวขึ้น เพราะกลายเป็นว่าในเขตโทษมีผู้เล่นตัวใหญ่ๆ ยืนรอยิงเต็มไปหมด

สื่อมวลชนชม โทมิยาสึว่า อาจจะไม่ได้เล่นหวือหวา แบบแดเนียล อัลเวส หรือ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่เป็นแบ็กขวาในสไตล์ Reliable คือเชื่อใจได้ ไม่ก่อข้อผิดพลาดง่ายๆ ไม่ได้วิ่งช้าจนโดนคู่แข่งเผา และไม่ได้ตัวเล็กจนโดนคู่แข่งบุลลี่จนกระเด็น เขามีความบาลานซ์ของร่างกายในระดับที่ดีเยี่ยม

 

หลังจากอยู่โบโลญญ่าได้ 2 ปี โทมิยาสึตกเป็นข่าวกับทีมจากอังกฤษ โดยทีมแรกคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่วอลเตอร์ ซาบาตินี่ ผู้อำนวยการกีฬาของโบโลญญ่าบอกว่า ไม่สามารถตกลงเรื่องราคากันได้

ซามูไรหนุ่มในทัพปืนใหญ่

ทีมที่สองคือ สเปอร์ส ซึ่งตอนแรกเหมือนจะเอาจริง แต่ยาเฟ็ต ทันกันก้า มาโชว์ฟอร์มดีในช่วงเปิดฤดูกาล ดังนั้นจึงลังเลว่าจะเอาโทมิยาสึดีไหม แล้วสุดท้ายก็ไปคว้าตัว เอเมร์ซง รอยัล เข้ามาแทน

เมื่อทั้งแมนฯ ยูไนเต็ด และ สเปอร์ส ออกไปจากตลาดซื้อขายแล้ว ทำให้อาร์เซน่อลกลายเป็นตัวเต็งขึ้นมา ซึ่งสถานการณ์แบ็กขวาของทีมปืนใหญ่นั้นไม่ไหวแล้ว เอคตอร์ เบเยริน หมดใจอย่างสิ้นเชิง ส่วน คาลัม แชมเบอร์ส หรือ เซดริก โซอาเรส ก็ไม่ใช่คนที่ไว้ใจได้มากพอ

ถ้าหากโทมิยาสึ ไม่แสดงให้เห็นว่าเขาเล่นแบ็กขวาได้ อาร์เซน่อลก็คงไม่จำเป็นต้องซื้อมา เพราะตัวกลาง มีเบน ไวท์ กับ กาเบรียล รวมถึงปาโบล มารี กับ ร็อบ โฮลดิ้งอยู่แล้ว แต่พอโทมิยาสึเล่นแบ็กขวาได้เด่นมากที่โบโลญญ่า ผู้บริหารของทีมปืนใหญ่ จึงคิดว่าราคา 16 ล้านปอนด์ กับนักเตะที่อายุแค่ 22 ปี มันก็สมเหตุสมผลอยู่

ในตอนแรกๆ แฟนปืนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่า สโมสรซื้อโทมิยาสึมาทำไม นักเตะโนเนมคนนี้ คือใคร แต่หลังจากผ่านไป 4 เกม ตอนนี้โทมิยาสึ มีชื่อเล่นแล้ว คือ “ทอมมี่” และมี Chant ประจำตัวเรียบร้อยแล้ว แฟนบอลปลื้มเขาถึงขนาดนั้น

อาร์เซน่อล ทีมที่ 3 เกมแรกแพ้รวด โดนยิง 9 ลูก แต่พอโทมิยาสึเข้ามา 4 เกมต่อจากนั้น ทีมชนะ 3 เสมอ 1 เสียประตูไปแค่ 1 ลูกเท่านั้น ถ้าจะไม่บอกว่าโทมิยาสึไม่เกี่ยวเลย ก็คงจะโกหกไปหน่อย

สิ่งที่แฟนๆ อาร์เซน่อลชื่นชอบกันมากคือ ความเชื่อใจได้ กล่าวคือกับแบ็กขวาสไตล์เบเยริน ที่บุกบ้าคลั่งแต่เกมรับรั่วกระจาย แบบนั้นไม่เอาแล้ว พวกเขาต้องการแบ็กขวาที่มั่นคง เชื่อถือได้ เหมือนบาการี่ ซาญ่า ในอดีต และก็คาดหวังว่าโทมิยาสึ จะอุดรอยรั่วตรงนี้ได้เสียที

ดังนั้นกับคำถามแรกสุด ว่าตำแหน่งที่แท้จริงของโทมิยาสึคืออะไร คำตอบคือ เขาเล่นเซ็นเตอร์แบ็กมาตลอด แต่ไม่เคยละทิ้งการฝึกซ้อมเรื่องการวิ่ง และความเร็ว ทำให้สามารถเล่นเซนเตอร์ฮาร์ฟได้ด้วยเช่นกัน

ตารางคะแนน