จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ ตำนานกองหน้าดาวซัลโวแห่งยุค 90

จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ ศูนย์หน้าที่เป็นตำนานดาวยิง บนเวที กัลโช่ เซเรีย อา ในยุค 90

จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่

จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ ชื่อนี้ แฟนบอล อิตาลี ในยุค 90 คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักชายคนนี้ ศูนย์หน้าล่าตาข่าย เครื่องจักรผลิตประตู อย่างแท้จริง เมื่อพูดถึง “เป๊ปเป้” แฟนคงรู้จักกันดีในนาม จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ เขาเป็นศูนย์หน้าชาว อิตาเลี่ยน ที่เล่นในตำแหน่งกองหน้า มีสไตล์การเล่นที่ รวดเร็ว ทำงานหนัก แบบว่าไม่มีหมด และมีทีเด็ดคือเท้าข้างซ้ายของเขา ที่พังประตูมาแล้วทุกแบบอย่างนับไม่ถ้วนในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ในยุคนั้น

จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่

จุดเริ่มต้น ของเรื่องราวการเป็นนักฟุตบอลของ เป๊ปเป้

ถ้าจะต้องเล่า เราก็ต้องย้อนเวลาไปในปี 1981 เด็กผู้ชายคนนึงที่ชื่อ จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ ได้เซ็นสัญาเข้าเป็นนักเตะเยวชนของทีมดังอย่าง อินเตอร์ มิลาน ก่อนที่ตัวเขาจะถูกยกเลิกสัญญาเมื่อตอนอายุ 16 ปี ด้วยเเหตุผลที่ว่า เขาตัวเล็กเกินไปที่จะเล่นฟุตบอลอาชีพได้ 

เป๊ปเป้ กล่าวว่า

“มันเป็นความเศร้าใจและเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ทำให้ผมรู้จักคำว่าผิดหวัง ผมเกือบจะถอดใจเลิกเล่นแล้วเปลี่ยนอาชีพไปเอาดีด้านอื่นอยู่แล้ว แต่คนในครอบครัวยังเชื่อมั่นและสนับสนุนในตัวผมอยู่ ผมจึงลองเดินหน้าสู้ต่ออีกครั้ง”

แล้วการเริ่มต้นของ ซินญอรี่ ก็เริ่มต้นขึ้น เขาได้ย้ายไปอยู่กับทีมกึ่งอาชีพ บนเวที เซเรีย ซี 2 เลยทีเดียว ก่อนที่จะได้รับโอกาสลงเล่น จนแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวก็เมื่อตอนที่เขาย้ายมาเล่นให้กับ ฟอจจา ภายใต้การคุมทีมของ ซเดเน็ค ซีแมน ยอดกุนซือชาวเช็ค ผู้ซึ่งมีความชื่นชอบ หลงใหลมนต์เสน่ห์ของเกมรุกเป็นอย่างมาก

ตอนอยู่ที่ ฟอจจา เป๊ปเป้ ระเบิดฟอร์มล่าตาข่ายทีมฝ่ายตรงข้ามอย่างมันส์เท้า กับการได้รับบทบาทกองหน้าตัวกลาง และริมเส้นฝั่งซ้ายบบ้างเป็นบางเวลาที่เล่นในระบบ 4-3-3 เขาตะบันประตูคู่แข่งไป 37 ประตู จาก 100 เกม ภายในระยะเวลา 3 ฤดูกาล ที่เล่นให้กับ ฟอจจา

เป๊ปเป้ กล่าวว่า

“ผมได้กลับมาสนุกกับฟุตบอลอีกครั้ง ซีแมน ไว้วางใจในตัวผม และคาดหวังไว้สูงมาก เขาให้ผมซ้อมยิงประตูวันละเป็น 100 ๆ ครั้ง แถมยังบังคับให้ผมซ้อมยิงจุดโทษ และฟรีคิกอีกด้วย มันอาจจะดูหนัก และทรมานนะ ที่วัน ๆ เอาแต่ซ้อมยิง แต่มันกลับทำให้ผมเป็นคนที่นิ่งมากขึ้น เมื่อต้องพุ่งเข้าหาประตูฝ่ายตรงข้าม”

เป๊ปเป้ พา ฟอจจา เลื่อนชั้นมาได้เป็นผลสำเร็จ และเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองบนเวทีของลีกสูงสุดได้ ด้วยการทำประตูไป 11 ประตูจาก 32 เกม จนฟอร์มยิงประตูแบบนี้ ไปเตะตาแมวมองของ ลาซิโอ เข้าเต็มสองตา

เป๊ปเป้ เล่าว่า

“โค้ชบอกผมว่า เป๊ปเป้ นายอยากไปโรมมั้ย ซึ่งผมเองก็ยังไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไรในตอนนั้น เลยถามกลับเขาไปว่า เราจะไปอุ่นเครื่องกับ โรม่า เหรอครับ ? แล้วโค้ชก็หัวเราะ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า ลาซิโอ อยากได้ตัวนายไปร่วมทีมด้วย และบอร์ดบริหารของทีมก็พร้อมที่จะขาย ฉันเองก็ไม่อยากเสียนายไปนะ แต่นี่มันคือก้าวที่สำคัญของนาย ฉันจะไม่ขัดขวางเลย ถ้านายต้องการที่จะย้ายออกจากทีม ผมเองก็ได้แต่อึ้ง และรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ซึ่งผมเองเคยถูก อินเตอรื มิลาน ปฏิเสธ แต่ตอนนี้ กำลังจะได้รับโอกาสไปเล่นให้กับทีมในระดับเดียวกันอย่าง ลาซิโอ มันเหมือนฝันที่ผมเองก็คิดไม่ถึง ซึ่งแน่นอนว่า ผมก็รีบคว้าโอกาสนั้นมาแบบไม่ต้องคิดอะไรมากเลย”

จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่

จากโนเนม สู่บิ๊กเนม ในถิ่น อินทรีย์ฟ้า – ขาว ลาซิโอ

เป๊ปเป้ ซินญอรี่ ย้ายมาสวมเสื้อสีฟ้า – ขาว ของ ลาซิโอ ในปี 1992 ท่ามกลางความมึนงง และสงสัย จากแฟน ๆ บอลของ ลาซิโอ ในระดับนึงในช่วงแรก ๆ เพราะชื่อของเขา ซินญอรี่ ถือว่าโนเนมพอสมควร แถมยังมาจากทีมที่ระดับต่ำกว่าอย่าง ฟอจจา อีกต่างหาก

แต่ใช้เวลาไม่นานนัก เขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์กับสายตาของแฟนบอล จนกลายเป็นนักเตะ 1 ในดวงใจของแฟนบอลไป ด้วยการซัดประตูให้ทีมไป 7 ประตูจากการลงเล่นเพียง 5 เกมแรก ก่อนจะจบฤดูกาล เขาก็เปิดตัวขึ้นทำเนียบดาวยิงด้วยการพังประตูคู่แข่ง ในฤดูกาลนั้นไป 26 ประตู พร้อมกับคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของฤดูกาลนั้นไปได้ แบบช็อคแฟนบอลของทีม

หลังจากนั้น เป๊ปเป้ จึงกลายเป็นศูนย์หน้าเบอร์ต้น ๆ ของศึก กัลโช่ เซเรีย อา และอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องประลองการระเบิดสกอร์แข่งกับ ศูนย์เบอร์ต้น ๆ หลายคนอย่าง กาเบรียล บาติสตูต้า, โรแบร์โต้ บาจโจ้, อาเบล บัลโบ้, จิอันลูก้า วิอัลลี่, ฟาบริซิโอ ราวาเนลี่, เอริโก้ เคียร์ซ่า และ ดาเนี่ยล ฟอนเซก้า พวกเขาขับเคี่ยวกันเพื่อแย่งดาวซัลโว กัลโช่ เซเรีย อา กันอย่างสนุกสุดมันส์ ในช่วงยุค 90 ก่อนที่จะเป็น จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ ที่เบียดขึ้นมาครองดาวซัลโว 3 สมัย นับว่าเป็นสถิติการครองดาวซัลโวมากที่สุดในบรรดากองหน้า อิตาลี ด้วยกัน ในช่วงเวลานั้น

นอกจากเรื่องการทำประตูได้มากมายแล้ว ยังมีอีกสิ่งนึงที่ถือว่าคือทีเด็ดของ ซินญอรี่ ตอนที่เล่นให้กับ ลาซิโอ นั่นคือการซัดแฮตทริก ที่มาจากการเล่นลูกฟรีคิกได้เป็นคนแรกในประวัติศาตร์ของศึก กัลโช่ เซเรีย อา เมื่อปี 1994 

ซึ่งเกมในวันนั้น ลาซิโอ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ อตาลันต้า โดยนัดนั้น ลาซิโอ เอาชนะทีมจากเมือง แบร์กาโม่ ไปได้ 3-1 ซึ่ง 3 ประตูที่ได้มานั้น เป็นลูกฟรีคิก ที่มาจากเท้าซ้ายสั่งได้ของ เป๊ปเป้ ทั้งหมด

ถือว่านั่นคือทีเด็ดของเขาอีกอย่างนึง จากการเคี่ยวเข็นของโค้ชคนเก่าอย่าง ซเนเด็ค ซีแมน ที่ทำให้เขาเป็นศูนย์หน้าที่ครบเครื่องคนนึง

เป๊ปเป้

การเป็นเพชรฆาตเลือดเย็น รับหน้าที่สังหารจุดโทษ และจุดพลิกผันของการเล่นฟุตบอล

จุดเด่นอีกอย่างของ ซินญอรี่ ที่จะไม่พูดเลยก็ไม่ได้นั้น คือการเป็นเพชรฆาตสังหารจุดโทษนั่นเอง

เป๊ปเป้ ถือว่าเป็นจอมสังหารจุดโทษตัวฉกาจคนนึงของวงการลูกหนัง ด้วยลีลาการยิงที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยลีลาการยิงแบบถอยหลังออกจากบอลเพียงก้าวเดียว ซึ่งในปัจจุบันเราก็ได้เห็นการยิงสไตล์นี้กันมาก แต่ในรายของ ซินญอรี่ ถือว่านี่คือออริจินัล อย่างแท้จริง เขามักจะใช้การยิงแบบหลอกด้วยหน้าเท้า แล้วสังหารแบบเลือดเย็น ถึงแม้บางคนจะบอกว่า การยิงในลักษณะแบบนี้ อาจมีความเสี่ยงต่อการชวดไม่ได้ประตู มากกว่าการยิงในแบบปกติ แต่ เป๊ปเป้ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มันคือการยิงเพื่อกดดันผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามมากกว่าคนยิงเสียอีก หากมองในมุมกลับกัน ผลที่ได้ก็คือ เขาซัดจุดโทษตุงตาข่ายได้ 44 ประตู จากการดวลจุดโทษ 52 ครั้ง ซึ่งถือว่ามีอัตราความแม่นยำ และหวังผลได้ถึง 84.6 % ซึ่งถือว่าสูงเลยทีเดียว

การค้าแข้ง 5 ฤดูกาลในกรุงโรม ซินญอรี่ ทำประตูได้มากถึง 126 ประตู จาก 195 เกม ได้รางวัลดาวซัลโวของ กัลโช่ เซเรีย อา 3 สมัย และ ดาวซัลโวในศึก โคปา อิตาเลีย 1 สมัย แต่น่าเสียดาย ที่จุดเปลี่ยนในการค้าแข้งในกรุงโรม เกิดขึ้นจากการมาของ ครันญอตติ กับ สเวน โกรัน อีริคส์สัน นั่นทำให้เขาต้องสิ้นสุดชีวิตการค้าแข้งในสีเสื้อของ ลาซิโอ อย่างที่เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ 

สเวน กุนซือคนใหม่ของ ลาซิโอ เสนอจุดประสงค์ที่จะนำตัว เป๊ปเป้ ไปแลกกับ โรแบร์โต้ มันชินี่ ของ ซามพ์โดเรีย ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเอง ทำประตูให้ทีมไป 9 ประตู จาก 13 เกมในช่วงแรกของเกมลีก เพื่อเป็นการเอาใจนายใหญ่อย่าง สเวน ก็ไม่อาจช่วยให้อะไรดีขึ้น กุซือใหญ่ชาว สวีดิช ยังคงยืนกรานอย่างชัดเจนว่า อยากได้ตัว มันชินี่ มากกว่า จึงทำให้ เป๊ปเป้ ต้องย้ายสลับขั้วกันแบบที่ไม่ค่อยจะแฮปปี้สักเท่าไหร่

เมื่อความวุ่นวายในฤดูกาลนั้นได้จบลง ซินญอรี่ ได้ย้ายไปค้าแข้งกับ โบโลญญ่า เพื่อแทนที่ ของ โรแบร์โต้ บาจโจ้ ก่อนจะกลับมามีความสุขในการทำประตูอีกครั้ง โดยเขาใช้เวลา อยู่กับ โบโลญญ่า นานถึง 6 ฤดูกาล ทำไป 81 ประตู จาก 174 เกม และพา โบโลญญ่า คว้าแชมป์ อินเตอร์ โตโต้ คัพ ในปี 1998 ซึ่งเขาเป็นฮีโร่ของทีมด้วยการซัดไป 6 ประตูจาก 11 เกม

คว้าโควต้าไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า คัพ ในฤดูกาล 1999 – 2000 ให้กับทีมได้เป็นผลสำเร็จ

จนมาถึงวันที่เขาต้องโบกมืออำลา โบโลญญ่า เพื่อไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ กรีซ และ ฮังการี ในช่วงปลายชีวิตการค้าแข้งของเขา เขาได้สร้างสถิติไว้มากมายในวงการฟุตบอล อิตตาลี 

และนี่ก็คือเส้นทางการโลดแล่น ของดาวยิงระดับตำนานคนนึงของวงการฟุตบอล ประตูมากมายที่เขาทำได้ แฟนบอลยุค 90 ล้วนจำได้ ไม่ว่าจะมาจากลูกโอเพ่นเพลย์ หรือจะเป็นการซัดฟรีคิกแบบแฮตทริก หรือจะเป็นการสังหารจุดโดยแบบเป็นเอกลักษณ์ จนตกทอดมาถึงนักเตะรุ่นใหม่ ๆ สิ่งนี้ยังคงติดตาแฟนบอล ที่รักในตัวเขา และรักในฝีเท้าเขา 

และนี่คือ 1 ในตำนานกองหน้าที่ดีที่สุดคนนึงในยุค 90 

จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่

ตารางคะแนน