คาริม เบนเซม่า กับเส้นทางการค้าแข้งในถิ่น ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว

คาริม เบนเซม่า ศูนย์หน้าเลือดน้ำหอม ทีมชาติฝรั่งเศส กับเส้นทางที่ยาวนานกับ “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด

คาริม เบนเซม่า

คาริม เบนเซม่า นักเตะที่แฟนบอล ราชันย์ชุดขาว มีความทรงจำอันเลือนลางในตัวเขา เราเองมักจะมองไม่เห็นคุณค่าของคนบางคน เพราะสิ่งดี ๆ ที่เขาได้ทำให้ มันช่างสม่ำเสมอ จนเป็นความเคยชินไปซะแล้ว แต่เราเองมักจะรู้สึกตื่นเต้นสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากคนอื่น ๆ ที่เพิ่งทำดีกับเรา แม้จะเป็นการทำดีเพียงชั่วครู่ ชั่วคราวเท่านั้นก็ตาม

เรื่องนี้ ก็ทำให้คิดได้ว่า บางทีมันก็เหมาะกับศูนย์หน้ารายนี้อย่าง คาริม เบนเซม่า ดาวยิงชาวฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะนับตั้งแต่ที่เขาย้ายมาอยู่กับ พลพรรค ราชันย์ชุดขาว เมื่อปี 2009 เป็นต้นมา มีอยู่หลายครั้ง หลายคราวเลยทีเดียว ที่ตัวเขาเองถูกแฟนบอล “ลืมเลือน” ถึงสิ่งที่ตัวเขาได้ทำไว้ให้กับทีม

หรืออาจจะเป็นเพราะ จำนวนประตูที่เขายิงได้ มันถูกบดบังรัศมีจากแสงออร่าของนักเตะระดับโลกอย่าง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ อยู่นานหลายฤดูกาล

หรืออาจจะเป็นเพราะ สไตล์การเข้าทำ ที่มีจังหวะสะดุดยอดหญ้า พลาดโอกาสทองให้เห็นบ่อยจนเคยถูกเรียกว่า กองหน้าสากกะเบือ

หรืออาจจะเป็นเพราะ ความเป็นกองหน้า ที่มีความใจกว้างดุจแม่น้ำมากเกินไป จึงทำให้ใครต่อใครลืมภาพดี ๆ ในสิ่งที่เขาได้ทำ ณ เวลานั้น

แต่เวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนแล้วว่า เบนเซม่า มีความเหมาะสมทุกประการทั้งปวง ตลอดระยะเวลา ที่ได้สวมเสื้อทีม ราชันย์ชุดขาว เรอัล มาดริด มายาวนานถึง 10 ปี

การขับเคี่ยว เพื่อแย่งชิงตำแหน่งศูนย์หน้าตัวจริงภายในทีม

คาริม เบนเซม่า

ในช่วงเวลานึง ถ้ายังจำกันได้ เบนเซม่า ต้องขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ นักเตะชาวอาร์เจนไตน์อย่าง กอนซาโล่ อิกวาอิน อย่างดุเดือดมาแล้ว ประมาณว่าใครก็พลาดไม่ได้ ใครลงไปทำหน้าที่ไม่ดี ลงไปทำประตูไม่ได้ คนไหนฟอร์มหลุด อีกคนก็จะรอสวมแทน ยึดตำแหน่งตัวจริงไปทันที การขับเคี่ยวของนักเตะ 2 รายนี้ เป็นชนิดที่ว่า ใครพลาด หรือเสียสมาธิแม้แต่นิดเดียว ก็พร้อมหลุดไปนั่งในซุ้มม้านั่งสำรองได้เลยทีเดียว

สำหรับโค้ชแล้ว อาจจะดูเป็นเรื่องที่ดี สำหรับการขับเคี่ยวของ 2 กองหน้า เพื่อประโยชน์ของทีม แต่กับตัวนักเตะเอง น่าจะมีความเครียด ความกดดันมากพอดู แต่สุดท้ายแล้ว ในเวลานั้น ก็เป็นศูนย์หน้าชาวอาร์เจนไตน์อย่าง กอนซาโล่ อิกวาอิน ที่ทนรับแรงกระแทก และแรงกดดันที่หนักหน่วงแบบนี้ไม่ไหว จึงต้องยอมเดินจาก เรอัล มาดริดไป แล้วเข้าร่วมทีม นาโปลี เพื่อโอกาสที่มากขึ้น และการเป็นดาวซัลโวหมายเลข 1 ดีกว่าการต้องยอมเป็นตัวสำรองลำดับ 2 ลำดับ 3 ในซุ้มมานั่งของ เรอัล มาดริด

แลัวเหลือเพียงแต่ เบนเซม่า ที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้ในถิ่น ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว ต่อไปเพราะ หลังจากที่ขับเคี่ยวกับ กอนซาโล่ อิกวาอิน แล้ว ก็ยังมีทั้ง อาวาร์โร่ โมราต้า, ฮาเวียร์ ชิชาริโต้, ลูคัส วาสเกซ, มาเรียโน่ ดิอาซ เมฆิอาร์, เฆเซ่ โรดริเกวซ, วินิซิอุส จูเนียร์ ที่ขึ้นชั้นมาสู่ทีมชุดขาว เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการขับเคี่ยวในตำแหน่งกองหน้าของเขาอยู่เรื่อย ๆ ไม่จบไม่สิ้น 

แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถเบียดแย่งตำแหน่ง เบนเซม่า ให้ตกข้างทางได้อย่างจริงจังเลยแม้แต่คนเดียว

แล้วถ้าย้อนไปดูคู่แข่งของเขาอย่าง กอนซาโล่ อิกวาอิน เรายิ่งเห็นถึงผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างมาก ในช่วงแรกที่ อิกวาอิน ย้ายไปค้าแข้ง และสร้างชื่อกับทีมดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อย่าง นาโปลี ก็มีแต่คนมองว่า การตัดสินใจย้ายทีมครั้งนี้ของศูนย์หน้าชาวอาร์เจนไตน์ คือเรื่องที่ถูกแล้ว เพราะเขาสามารถทำผลงานได้ตามความคาดหวังของตัวเอง ด้วยการขึ้นเป็นยอดดาวยิงระดับยุโรป ได้อย่างเต็มตัว ตามที่ตัวเองตั้งเป้าไว้

แต่บนเส้นทางในโลกลูกหนัง มันไม่ต่างอะไรการแข่งรถ แรลลี่ ดาก้าร์ อิกวาอิน ในตอนนี้ ต้องพบกับอุปสรรค์ ทุลักทุเลกว่า เบนเซม่า เยอะมาก ชีวิตการค้าแข้งของเขา พอได้จาก นาโปลี ก็เริ่มที่จะยืนอยู่บนความไม่แน่นอน กับชีวิตการค้าแข้งของเขามาโดยตลอด ถูก ยูเวนตุส ปล่อยยืมไปให้ เอซี มิลาน กับ เชลซี ในช่วงเวลาสั้น ๆ ปัจจุบันก็วาดลวดลายฝีเท้าในถิ่น ลุงแซมกับ อินเตอร์ ไมอามี่ ใน เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ เรียกได้ว่าหลุดวงโคจรจากการเป็นดาวยิงของยุโรป ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในขณะที่ เบนเซม่า แม้จะมีช่วงเวลาที่แฟนบอลบางกลุ่ม รู้สึกเบื่อและเหนื่อยหน่าย แต่ตัวเขาเองก็ได้พิสูจน์คุณค่าของตัวเองมาอย่างลำบาก ตรากตรำอยู่ตลอดเวลา จนสามารถพาตัวเองเข้าไปอยู่ในใจของแฟนบอล ราชันย์ชุดขาว ได้แบบเต็มตัวแล้ว

แล้วยิ่งในช่วงเวลาที่ทีมไม่มี คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ด้วยแล้ว เราก็มักจะเห็น เบนเซม่า ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง ด้วยความดาคหวัง และความกดดัน ที่ดาวยิงระดับโลกชาวโปรตุกีส ทิ้งเอาไว้ เพราะเป็นที่รู้กันว่า ถ้าพูดถึงเรื่องจำนวนการทำประตูแล้ว เบนเซม่า ยังทาบฝีเท้ากับ โรนัลโด้ ยังไม่ได้เลย

แต่สิ่งที่นักเตะฝรั่งเศสคนนี้ ได้นำมาทดแทนคือการเล่นเป็นทีมเวิร์ค คอยสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม และรวมไปถึงการที่เป็นคนที่เริ่มทำอะไรเพื่อตัวเอง ในหน้าปากประตูมากขึ้น หลังจากที่ต้องกลายเป็นหลัก ความหวังของทีมแทนที่ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้

มาจนถึงตอนนี้ ดาวยิงเลือดน้ำหอม คนนี้ ซัดให้ เรอัล มาดริด ไปแล้ว 287 ประตู กับ 151 แอสซิสต์ จาก 566 เกม สถิติโดยรวม ถือว่าเป็นนักเตะระดับแนวหน้า หัวกะทิเลยซะด้วยซ้ำ

แต่เพราะเขาคือ เบนเซม่า ที่ถูกบดบังรัศมี ผู้คนหรือแฟนบอลจึงพูดถึงเขาน้อย กว่าที่ควรจะเป็น

ถึงเวลาแล้วหรือยัง กับการทำหน้าที่รับบทนำ ในการที่จะก้าวไปเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีม

คาริม เบนเซม่า

ในช่วงปีหลัง ๆ มานี้ คาริม เริ่มที่จะทำผลงานในแบบที่แฟน ๆ มาดริด คาดหวังและอยากเห็นมานานได้บ้างแล้ว นับตั้งแต่ที่เขาย้ายมาร่วมทีมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว (เห็นตัวเลขแล้ว นานเอาเรื่อง)

ตอนสมัยที่ยังเล่นให้กับ ลียง ใน ลีก เอิง ฝรั่งเศส ฟอร์มของเขาพุ่งกระฉูดถึงขนาดคว้าดาวซัลโวของ ลีก เอิง มาครอง และเคยมีข่าวกับสโมสรยักษ์อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้องการดึงตัวเขาไปร่วมทีม หลายต่อหลายครั้ง แต่อย่างที่เคยบอกไว้ในตอนต้น พอเมื่อย้ายมาอยู่กับ เรอัล มาดริด ตัวเขาเองต้องเปลี่ยนบทบาท สไตล์การเล่น จากที่เป็นตัวจบสกอร์มาเล่นเพื่อทีมมากขึ้น 

จนในตอนนี้ เขากลับสู่เส้นทางของตัวเองอีกครั้ง ด้วยการเป็นตัวจบสกอร์ชั้นเลิศ จึงไม่น่าแปลกใจ เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาทำมาตลอดตั้งแต่สมัยค้าแข้งกับ ลียง แล้ว

นับตั้งแต่ฤดูกาล 2018 – 2019 เป็นต้นมา เขายิงประตูให้ทีมได้ 95 ประตู โดยที่ 9 ฤดูกาลที่ผ่านมาก่อนหน้านั้น เขายิงได้ 197 ประตู

ถือว่าเป็นการรับบทนำในการเป็นตัวจบสกอร์ต่อจาก โรนัลโด้ ได้อย่างไม่น่าอายเลยทีเดียว 

แล้วยิ่งในฤดูกาลนี้ เขาเริ่มได้ดีมากขึ้น เขาซัดประตูคู่แข่งไปได้ 8 ลูกจาก 7 นัด รวมทุกรายการ และเพิ่งทำสถิติใน ลา ลีกา สเปน ได้ถึงหลัก 200 ประตู ส่งผลให้เขาเป็นนักเตะคนที่ 10 ในประวัติศาสตร์ของ ลา ลีกา สเปน ที่ยิงได้ถึง 200 ประตูไปเป็นเกียรติประวัติส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว

คาริม เบนเซม่า ยังไม่เคยได้สัมผัสการเป็นดาวซัลโว ลา ลีกา เลยสักครั้ง แต่ปีนี้ออกสตาร์ทดีเยี่ยม ถ้ารักษามาตรฐานการทำประตูแบบนี้ไว้ได้ เชื่อเลยว่า ฤดูกาลนี้มีลุ้นดาวซัลโวของ ลา ลีกา ได้อย่างแน่นอน

ถ้าเปรียบกับสตาร์ดังหลายคน ที่ผ่านเข้ามาสู่ทีม ราชันย์ชุดขาว แล้วเดินจากไปคนแล้ว คนเล่า แต่ชายคนนี้ คาริม เบนเซม่า ยังคงอยู่ ณ ที่ตรงนี้

ตลอดการเล่นทั้งหมด 13 ฤดูกาล ในสีเสื้อของ เรอัล มดริด ตอนนี้ยิงให้ทีมเฉียด ๆ ไปแล้วเกือบ 300 ประตู

ชายคนนี้ คาริม เบนเซม่า กับการค้าแข้งอันยาวนานตลอด 10 ปี ในถิ่น ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว ซึ่งใครเชื่อว่า เขาจะอยู่กับทีมได้นานขนาดนี้ เขาจึงควรเป็นตำนาน และไม่ควรถูกลืมอีกต่อไป 

คาริม เบนเซม่า ชายที่ต่อสู้อย่างหนักกับ เรอัล มาดริด 

มาตลอด 10 ปี

ตารางคะแนน