คัดบอลโลกโซนยุโรปเข้าถึงช่วงโค้งสุดท้าย และบทสรุปของแต่ละกลุ่ม

คัดบอลโลกโซนยุโรป ยังสรุปไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่พอจะเห็นเค้าโครง ทีมชาติที่จะเข้ารอบสุดท้ายกันบ้างแล้ว

คัดบอลโลกโซนยุโรป

คัดบอลโลกโซนยุโรป ยังสรุปไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่พอจะเห็นเค้าโครงกันบ้างแล้ว ถึงทีมชาติที่จะมีโอกาสเข้ารอบสุดท้าย โดยอัตโนมัติ หรือทีมที่ต้องเหนื่อยไปเตะเพลย์อ๊อฟเพื่อจะชิงตั๋ว เพื่อเป็น 32 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกปลายปีหน้า

กลุ่ม C ผู้นำกลุ่ม ณ เวลานี้อย่าง “ทัพอัซซูรี่” อิตาลี่ ซึ่งมีแต้มเท่ากันกับรองจ่าฝูง “นักเตะจากแดนนาฬิกา” สวิสเซอร์แลนด์

โดยมี 14 แต้มเท่ากัน ต่างกันแค่ลูกได้เสีย 2 ประตูที่ทาง อิตาลี่ จะเหนือกว่าอยู่หน่อย แมตช์แรกที่พอกันในรอบแบ่งกลุ่ม ที่ เซนท์ จาค็อป ปาร์ค กรุงบาเซิ่ล ก็เสมอกันไปแบบโนสกอร์ แบ่งกันไปคนละ 1 คะแนน และในขณะนี้เดินดางมาถึงนัดก่อนรองสุดท้าย นัดที่ 7 ของทั้ง 2 ทีม จะเป็นตัวชี้วัดความสม่ำเสมอ และต้องเก็บ 3 คะแนน เพื่อสร้างความอุ่นใจกับแต้มที่สะสมมาจบนัดนี้ว่าใครยังจะเหนือกว่า อาจจะช่วยลดความกดดันสำหรับทีมที่ไม่สะดุดและจะมีแต้มมากกว่า ก่อนที่จะมาพบกันเองในนัดสุดท้ายที่ กรุงโรม ทางด้านทัพขุนพลอัซซูรี่ ของ โรแบร์โต้ มันชินี่ นั้นต้องกุมขมับกับปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ ที่ต้องถอนตัวออกจากแคมป์ทีมชาติไปอย่าง ชีโร่ อิมโมบิเล่ และกัปตันทีม จอร์จิโอ้ คิเอลินี่ ส่วน ทีมชาติสวิสฯ ของกุนซืออดีตนักเตะอย่าง มูราท ยาคิม นั้นก็ยังใช้งานกัปตันทีม กรานิต ชาก้า ของอาร์เซนอล ไม่ได้จากอาการบาดเจ็บเช่นกัน ขุมกำลังหลักรวมถึงนักเตะที่มาทดแทนตำแหน่งที่ขาดไป ทางทัพนาฬิกา จะดูดีกว่าเล็กน้อย แต่ศักดิ์ศรีแชมป์ยูโร 2020 ของ อิตาลี่ นั้นยังค้ำคออยู่ ต้องการเป็นที่ 1 ของกลุ่มเพื่อจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ และคงไม่ยอมเป็นรองแชมป์กลุ่มไปเหนื่อยเตะเพลย์อ๊อฟต่อแน่นอน

กลุ่ม D “ทัพตราไก่” ฝรั่งเศส แชมป์โลก2018 กับอีก 3 แต้ม ใน 2 นัดที่เหลือ เพื่อไปป้องกันแชมป์ในรอบสุดท้าย

แต่ก็ยังประมาททางด้าน ยูเครน ,ฟินแลนด์ รวมไปถึง บอสเนียฯ ไม่ได้เลย หากในกรณีที่ทาง ทัพเลอเบลอร์ พลาดแพ้ทั้ง 2 นัด ก็อาจจะร่วงลงไปเตะเพลย์อ๊อฟได้เช่นกัน

เริ่มต้นจากคืนวันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน ฝรั่งเศส เปิด ปาร์ค เดอ แปรงซ์ ในกรุงปารีส ต้อนรับการมาเยือนของ คาซัคสถาน ทีมอันดับสุดท้ายของกลุ่มที่ตกรอบไปนานแล้ว

จากชื่อชั้นและรูปการโดยรวม ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรให้ลูกทีมของ ดิดิเย่ร์ เดชองส์ นั้นหนักใจ และอาจจะเป็นการโรเตชั่นนักเตะไปในตัวก็ยังไหว ถึงนัดสุดท้าย ที่ต้องออกไปเยือน ฟินแลนด์ ที่เฮลซิงกิ ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ชั่วโมงนั้นคงมีเข้ารอบสุดท้ายโดยไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว

ส่วนสถานการณ์ของการชิงอันดับ 2 ของกลุ่ม ยูเครน ,ฟินแลนด์ รวมไปถึง บอสเนียฯ ต้องมาขับเคี่ยวกันจนถึงนัดสุดท้าย วันที่ 13 พฤศจิกายน บอสเนีย จะต้อนรับการมาเยือนของ ฟินแลนด์ ใครชนะจะมีโอกาสสู่รอบเพลย์อ๊อฟ โดยอันดับ 2 ของกลุ่ม ณ เวลานี้ ยูเครน ที่เหลือแมตช์การแข่งขันอยู่เพียงนัดเดียว ที่ต้องออกไปเยือน บอสเนีย&เฮอร์เซโกวีน่า ถึงกรุงเซเนก้า ในวันที่ 16 พฤศจิกายน โดยเจ้าบ้านอันดับ 4 ของตารางต้องชนะสถานเดียว เพื่อขึ้นอันดับ 2 ไปเพลย์อ๊อฟ

ตารางคะแนนในกลุ่ม อี “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ทีมชาติเบลเยี่ยม นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม 

โดย ลงสนามไป 6 ชนะ 5 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร ยิงไป 21 ประตู เสีย 4 ประตู มี 16 คะแนน

อันดับ 2 รองจ่าฝูง ทีมชาติสาธารณะรัฐเช็ค แข่ง 7 ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 2 ยิง 12 ประตู เสีย 9 ประตู มี 11 คะแนน

อันดับ 3 ตามมาติดๆ กับ “ทัพมังกรแดง” ทีมชาติเวลส์ แข่ง 6 ชนะ 3  เสมอ 2 แพ้ 1 ทำไป 8 ประตู เสีย 7 ประตู มี 11 คะแนนเท่ากับสาธารณะรัฐเช็ค เวลส์แข่งน้อยกว่า 1 แต่ลูกได้เสียเป็นรอง 2 ประตู

อันดับ 4 รองบ๊วยของกลุ่ม ทีมชาติเอสโตเนีย แข่ง 6 ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 4

และท้ายตาราง ทีมชาติเบลารุส แข่ง 7 ชนะ 1 ยังไม่เสมอใคร แต่แพ้ไปถึง 6 ยิง 6 ประตู เสียไป 19 ประตู มีอยู่เพียง 3 คะแนน

เบลเยี่ยม ต้องการเพียง 2 คะแนน โดย 2 ทีมท้ายตารางไม่มีโอกาสเข้ารอบแล้ว 100% ส่วนทาง เบลเยี่ยม ต้องการเพียง 2 คะแนน จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ

ส่วนอันดับ 2 ลุ้นกันระหว่าง เช็ค กับ เวลส์ ที่ยังแข่งน้อยกว่าเช็ค 1 นัด แต่เป็นรองที่ลูกได้เสีย 2 ประตู จะได้เล่นในบ้านทั้ง 2 นัด ในวันที่ 13 พฤศจิกายน รับการมาเยือนของ เบลารุส ที่หมดลุ้นไปแล้ว กับวันที่ 16 พฤศจิกายน เปิดบ้านรับการมาเยือนของจ่าฝูง เบลเยี่ยม ที่ตอนนั้นอาจจะเข้ารอบไปแล้ว ถ้าหากทางเบลเยี่ยมนั้นเก็บชัยชนะ เอสโตเนีย ที่บรัสเซลได้ คงเป็นงานไม่หนักสำหรับเวลส์

ทางด้านของ สาธารณะรัฐเช็ค จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เอสโตเนีย จำเป็นต้องเก็บชัยชนะอย่างเดียว และลุ้นให้เวลส์ไม่ชนะในทั้ง 2 นัดที่เหลือ และอาจจะต้องมาวัดกันที่ลูกได้เสีย เพื่อจะหาทีมอันดับ 2 เข้าไปเตะเพลย์อ๊อฟเหย้าเยือนในรอบต่อไป

ส่วน เบลเยี่ยม นั้นดูจะไม่มีปัญหาอะไรในการเข้ารอบ ถ้าไม่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ดันไปแพ้ทั้ง 2 นัดขึ้นมา อาจจะหลุดไปเป็นที่ 2 ต้องเหนื่อยไปเพลย์อ๊อฟ เหย้า-เยือน อีก 2 นัด ก็เป็นไปได้

แต่จากรูปการ และทรงบอลระดับนี้แล้ว ยังไงก็ดูไม่ใช่งานยากอะไร ตั้งแต่นัดแรก ที่ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เอสโตเนีย ในวันที่ 13 พฤศจิกายน และวันที่ 16 พฤศจิกายน ออกไปเยือน เวลส์ ในนัดสุดท้าย

ทัพปีศาจแดงแห่งยุโรป คงไม่ต้องเหนื่อยลุ้นหนักอะไรแล้วถ้าเคลียร์ได้ตั้งแต่นัดรับเอสโตเนีย ในบ้าน และคงได้ตั๋วเข้ารอบสุดท้ายต่อไปไม่ยาก

แคง เดอะ คองเคอเรอร์

ตารางคะแนน