ความจริง 5ประการที่นายใหญ่จากซาอุดิอาระเบียต้องทำหลังครอบครองนิวคาสเซิ่ล สำเร็จ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ กับความจริง 5ประการ ที่นายใหญ่จากซาอุดิอาระเบีย ต้องทำหลังจากครอบครองนิวคาสเซิ่ล ได้เป็นผลสำเร็จ

สำหรับตอนนี้ ต้องขอบอกว่า ไม่มีข่าวไหน ที่จะฮือฮา เท่ากับข่าวของการที่ ซาอุดิอาระเบีย พับบลิค อินเวสต์เมนต์ ฟันด์ กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ จากประเทศซาอุดิอาระเบีย (พีไอเอฟ)

ได้เข้ามาจัดการ เทคโอเวอร์ ทีมนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งสังเวียนศึก พรีเมียร์ลีก ของประเทศอังกฤษ ได้เป็นผลสำเร็จ เรียบร้อยโรงเรียนอาหรับ

โดยกลุ่มทุนจาก ประเทศ ซาอุดิอาระเบีย ที่มี โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งประเทศ ได้เคยพยายามที่จะทำการ เทคโอเวอร์ “เดอะ แม็กพายส์” มาแล้วด้วยราคา 300 ล้านปอนด์ (ราว 13,863 ล้านบาท) มาก่อนแล้วเมื่อปี 2019 และยังแถม ไมค์ แอชลี่ย์ ที่ปัจจุบันได้กลาย ไปเป็นอดีตเจ้าของ สโมสรสังเวียน แข้งแห่ง เซนต์ เจมส์พาร์ค ยอมตกลงขายทีมให้อีกด้วย

แตอย่างไรก็ตาม ดีลขนาดยักษ์นี้ ก็ได้พังครืนลงไป เนื่องจากทางประเทศ ซาอุดิอาระเบีย มีปัญหาในข้อพิพาทกับ บีอิน สปอร์ต ในกรณีที่ ดูดสัญญาณการถ่ายทอดสด ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปแพร่ภาพ ในประเทศอย่างไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายของเรื่องลิขสิทธิ์

กลุ่มทุนซาอุดีอาระเบีย
กลุ่มทุนซาอุดีอาระเบีย

แต่ถึงกระนั้น ราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย ก็ยังคงมีความปรารถนา ความพยายาม ที่จะเข้ามาเป็นเจ้าของ สโมสรฟุตบอล ในภาคอีสานของอังกฤษ ทีมนี้ให้ได้ และเมื่อพวกเขา ได้รับสัญญาณไฟเขียวจาก สมาคมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ให้เดินเรื่องได้แล้ว หลังจบปัญหาที่คาราคาซังอยู่กับ บีอิน สปอร์ต ได้อย่างสำเร็จลุล่วง ไปได้ด้วยดี ในที่สุดทุกอย่างก็เรียบร้อย และยังเป็นการปิดฉาก สิ้นสุดของระยะเวลา ที่ยาวนานถึง 14ปีที่ แอชลี่ย์ เป็นผู้ครอบครอง ทีมนิวคาสเซิ่ล

และในการที่ นิวคาสเซิ่ล ได้กลุ่มทุน จากดินแดนเศรษฐีน้ำมัน เข้ามาเป็นเจ้าของ ทำให้สถานการณ์ ตอนนี้ของพวกเขา กลายสภาพจาก ทีมสามัญชน เป็นสโมสรที่ร่ำรวยที่สุด ในลีกเมืองผู้ดีอังกฤษ ด้วยทรัพย์สินที่มี มูลค่าสูงถึง 320,000 ล้านปอนด์ (ประมาณ 14.72 ล้านล้านบาท) ซึ่งก็เหนือกว่าทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ครองตำแหน่ง ทีมที่ร่ำรวยที่สุด ในลีกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และแน่นอนว่า การเปลี่ยนเจ้าของใหม่ คงจะมีการปรับเปลี่ยน สโมสรแบบยกเค้า เพื่อทำให้พวกเขา ก้าวขึ้นมาเป็นยอดทีมในอังกฤษ รวมไปถึงการก้าว ไปครอบครองความยิ่งใหญ่ ในเวทีลูกหนังยุโรป ในอนาคตด้วย

 

1. ควานหาตัวกุนซือบิ๊กเนม

เฟ้นหากุนซือคนใหม่
เฟ้นหากุนซือคนใหม่

โดยที่ทางของ สตีฟ บรูซ ก็น่าจะพอรู้ อยู่เต็มอกแล้ว ว่าเขาคือเป้าหมายแรก ในการเปลี่ยนแปลง ของสโมสร หลังจากที่ ไมค์ แอชลี่ย์ ผู้เป็นอดีต เจ้าของสโมสร เตรียมตัวโบกมือ ลาจากถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค เพื่อหลีกทางให้กับเจ้าของใหม่ ระดับอภิมหาเศรษฐี บ่อน้ำมันใหญ่ จากตะวันออกกลาง

โดยที่แฟนบอล “สาลิกาดง” ก็ไม่ได้ชื่นชอบ การทำงานของ บรูซ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว และอยากจะให้ สโมสรเฉดหัวเขาออกไป ตั้งแต่ช่วงปลาย เดือนกันยายนที่ผ่านมาแล้ว เพราะฉะนั้นเจ้าตัว ก็คงรู้ชะตากรรม ว่าเตรียมหางานใหม่ได้เลย เมื่อกลุ่มทุนเศรษฐีน้ำมัน เข้ามาควบคุมสโมสรแห่งนี้ อย่างเป็นทางการ

ซึ่งก่อนหน้านี้ ชื่อของ เอ็ดดี้ ฮาว กับ คริส ไวล์เดอร์ มีโอกาสที่ จะได้เข้ามาทำหน้าที่ แทนที่ บรูซ แต่จากการที่ ในปัจจุบัน นิวคาสเซิ่ล มีเจ้าของใหม่ ที่ความร่ำรวย ติดอันดับต้นๆ ของโลก งานนี้พวกเหล่า กุนซือเกรดปานกลาง คงไม่ได้อยู่ในสายตา และพวกเขาก็มี ความสนใจที่จะเล็ง ถึงโค้ชระดับ บิ๊กเนมอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ หรือ ซีเนดีน ซีดาน เข้ามานั่งเก้าอี้ ในฐานะกุนซือ ผู้นำทัพเสียมากกว่า

แต่จะอย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุด ในตอนนี้ก็คือ “สาลิกาดง” ต้องรีบหากุนซือ คนใหม่ให้ได้ เร็วที่สุดเพื่อฉุดทีมของพวกเขา ขึ้นมาจากอันดับที่ 19 ในตารางพรีเมียร์ลีก และยิ่งถ้าหาก ได้ผู้จัดการทีมคนใหม่ ก่อนช่วงเดือนมกราคมซึ่งเป็นช่วง ตลาดนักเตะเปิดรอบ 2 งานนี้คงจะ ได้เห็นอะไรดีๆเด็ดๆ เข้ามาอยู่เสริม ในกองทัพ “ทูน อาร์มี่” อย่างแน่นอน

2. เริ่มการยกเครื่องขุมกำลังใหม่ในเดือนมกราคม

เริ่มการยกเครื่องขุมกำลังเดือนมกราคม
เริ่มการยกเครื่องขุมกำลังเดือนมกราคม

อย่างที่ได้เกริ่น เอาไว้ในตอนต้นว่า นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มีความจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้อง ยกเครื่องขุมกำลังใหม่แบบยกชุด เพื่อการเสริมสร้าง ความแข็งแกร่งให้กับทีม และในช่วงตลาด ซื้อขายนักเตะในฤดูหนาว ที่จะเปิดฉากในวันแรกของปี 2022 ถือเป็นโอกาส ที่ดีเยี่ยมใน การเริ่มต้นทำในสิ่งนี้

เดอะ การ์เดี้ยน สื่อมวลชนชื่อดัง ในอังกฤษเพิ่งรายงานข่าว แบบสุดๆ ร้อนๆว่า เจ้าของคนใหม่ จะอนุมัติเงินให้ทีมนำไปช็อปปิ้งนักเตะ เป็นจำนวนเงิน 150 ล้านปอนด์ (ราว 6,931 ล้านบาท) ในรอบ 12 เดือนข้างหน้า โดยจะเริ่มจากตลาดนักเตะหน้าหนาว ในเดือนม.ค.นี้เลย เพื่อพาทีมขยับ หนีจากพื้นที่สีแดงให้ได้ ก่อนเป็นอันดับแรก

โดยงานนี้บรรดา นักเตะระดับหัวกะทิ เตรียมตัวได้รับบัตร เทียบเชิญจาก นิวคาสเซิ่ล ได้เลย โดยเฉพาะผู้เล่น ตัวแข้งทองอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ยังไม่สามารถ ตกลงสัญญาใหม่กับ ลิเวอร์พูล และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซึ่งสัญญาปัจจุบัน ก็จะหมดลง หลังจบการแข่งขัน ในฤดูกาลนี้

ซึ่งก็แน่นอนว่า ในช่วงเดือนม.ค. พวกเขาอาจจะยกเครื่อง ขุมกำลังได้ไม่เต็มที แต่ในช่วงซัมเมอร์ ที่จะถึงนี้ สาวก “ทูน อาร์มี่” คงจะได้เห็น การเสริมสร้างกองทัพ ทั้งในตำแหน่ง เซนเตอร์แบ็ก, กองกลาง และกองหน้า แบบเต็มสูบอัตราศึก

ลองนึกภาพว่า ถ้าหากวันนี้ ลิโอเนล เมสซี่ ยังไม่ยอมเลือกไปเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ยอมหวนกลับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็จะมีความ เป็นไปได้อย่างสูงมาก ที่ทั้งสองคน อาจได้เป็นสมาชิกคนใหม่ของทีม นิวคาสเซิ่ล

3 . เก็บ แซงต์-มักซิแม็ง สานต่อความสำเร็จ

เก็บ แซงต์-มักซิแม็ง สานต่อความสำเร็จ
เก็บ แซงต์-มักซิแม็ง สานต่อความสำเร็จ

แม้ว่า นิวคาสเซิ่ล จะมีแผนการ ยกเครื่องขุมกำลังก็ตาม แต่ก็มีนักเตะบางคน ที่พวกเขาจำเป็นจะ ต้องเก็บรักษาเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง เพราะเขานี่คือ ผู้เล่นที่โชว์ฟอร์ม ได้ดีที่สุด ของสโมสร และสามารถเป็นตัวหลัก ในการสานความสำเร็จ ของทีมได้ต่อไปในอนาคต

ซึ่งก่อนหน้านี้ แซงต์-มักซิแม็ง มีข่าวว่าเตรียม จะอำลาจากต้นสังกัด ในช่วงซัมเมอร์หน้า เนื่องจากเขาได้ มองดูแล้วว่า ศักยภาพของเขา ควรจะมีโอกาส ได้ประสบความสำเร็จ กับสโมสรใหญ่ๆ มากกว่าจะจมปลัก อยู่กับยอดทีมแดนอีสานเช่นนี้

แต่จะอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทุกอย่าง มันได้เปลี่ยนแปลงแล้ว เพราะการได้เจ้าของใหม่ ระดับอภิมหาเศรษฐีนั่นหมายความว่า สโมสรมีงบประมาณ ในการสร้างทีม แบบไม่จำกัด และพวกเขาก็ต้องการเก็บยอดนักเตะ ชาวฝรั่งเศสผู้นี้ เอาไว้กับทีมให้ได้

นอกจาก แซงต์-มักซิแม็ง แล้ว ในช่วงที่เพิ่งมีการ เปลี่ยนถ่ายผู้บริหาร นิวคาสเซิ่ล จำเป็นต้องเก็บนักเตะ ตัวหลักอย่าง มาร์ติน ดูบราฟก้า, โจ วิลล็อค, มิเกล อัลมิร่อน และ คัลลั่ม วิลสัน เอาไว้ก่อน ส่วนผู้เล่นอีกหลายๆ คนที่ไร้พัฒนาการ โดยเฉพาะพวกแนวรับสูงวัย คงจะต้องโดน กำจัดทิ้งออกไปแน่นอน

4 . ปรับปรุงศูนย์เยาวชน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อม

ปรับปรุงศูนย์เยาวชน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อม
ปรับปรุงศูนย์เยาวชน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อม

 

ความสำเร็จยั่งยืนนั่น ย่อมมาจากรากฐานที่แข็งแกร่ง ฉะนั้นการปั้น นักเตะดาวรุ่งขึ้นมา สู่ทีมชุดใหญ่ จึงมีความจำเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคย เกิดขึ้นเลยในยุคที่ แอชลี่ย์ ครอบครองอำนาจ เพราะเขามองว่า มันไม่มีความจำเป็นใด

ก่อนหน้านี้ หลายๆ คนคงรู้ว่า นิวคาสเซิ่ล เคยมีนักเตะ ชาวจอร์ดี้แท้ๆ ประสบความสำเร็จ หลายคน อย่างเช่น อลัน เชียเรอร์, ไมเคิ่ล คาร์ริค และผู้เล่นระดับ ตำนานที่ได้รับการ ปลุกปั้นมาจาก อะคาเดมี่ของ “สาลิกาดง” อย่าง พอล แกสคอยน์ เป็นต้น

เพราะฉะนั้น การได้เจ้าของใหม่ ที่แม้จะมีทรัพย์สิน เงินทองมากมายมหาศาล และพร้อมเสกความสำเร็จ ให้กับสโมสร ได้ในช่วงเวลาไม่กี่ปี แต่ดูเหมือนว่าพวกเขา จะให้ความสำคัญ กับทุกภาคส่วนของทีม โดยเฉพาะการพัฒนาศูนย์ ฝึกเยาวชน เพื่อเป็นการเฟ้นหา นักเตะพรสวรรค์ ในย่านไทน์ไซด์ เพื่อก้าวขึ้นมา เป็นกำลังหลักสำคัญของทีม

นอกจากนี้ สิ่งอำนวจความสะดวก และอุปกรณ์ที่จำเป็น ในการฝึกซ้อมก็ คงจะมีการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะสนามซ้อม คงจะมีความทันสมัย ไม่แพ้เหล่าสโมสรบิ๊กซิกซ์ ของพรีเมียร์ลีก ดีไม่ดีอาจจะ อลังการที่สุดในยุโรปเลยก็ได้

5 . สร้างความผูกพันกับเหล่า “ทูน อาร์มี่”

สร้างความผูกพันกับเหล่า "ทูน อาร์มี่"
สร้างความผูกพันกับเหล่า “ทูน อาร์มี่”

ตลอดช่วง 14 ปีที่ นิวคาสเซิ่ล ภายใต้การบริหารงานของ แอชลี่ย์ พวกเขาไม่เคย ให้ความสำคัญ กับแฟนบอล “สาลิกาดง” เลย และไม่คิดที่จะพูดคุย หรืออธิบายเกี่ยวกับ วิสัยทัศน์ในการกำหนด ทิศทางของสโมสร แม้แต่สักครั้งเดียว

ไม่ว่าจะเรื่องความ ทะเยอทะยานของทีม  แนวทางในการ สร้างความสำเร็จ หรือแผนงานในการ ที่จะนำสโมสรที่จะก้าวสู่ความสำเร็จ  สิ่งเหล่านี้ แอชลี่ย์ ไม่เคยคิดที่ จะแสดงความเห็น ให้กับเหล่าสาวก นิวคาสเซิ่ลเลย

เหตุผลสำคัญ ก็เพราะว่า แอชลี่ย์ มองว่าเหล่า “ทูน อาร์มี่” เป็นเพียงแค่ ลูกค้าเท่านั้น จึงไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะอธิบายเกี่ยวกับ นโยบายของสโมสร และแน่นอนว่า ความคิดแบบนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คู่ควรทกับการเป็นเจ้าของทีม เพราะสโมสรฟุตบอล อยู่ได้ด้วยการมี แฟนบอลเป็นรากฐานที่สำคัญ

ดังนั้นกลุ่มทุน พีไอเอฟ ต้องพร้อมที่จะเปิดเผย และแสดงให้เห็น ถึงความจริงใจ ในการเข้ามา เพื่อสร้างทีมให้แข็งแกร่ง รวมไปถึงต้องพยายาม ที่จะสร้างความผูกพัน กับแฟนบอล เพื่อที่จะทำให้พวกเขา เชื่อมั่นว่าการมีเจ้าของใหม่ จะนำไปสู่ยุค รุ่งเรืองของพวกเขา

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขา จะต้องพร้อมที่ จะตอบคำถามในทุกๆ เรื่องที่หลายๆ คนสงสัย และไม่ควรที่ จะทำตัวเมินเฉยกับสิ่งเหล่านั้น เพราะถ้าสามารถ เคลียร์ทุกอย่างได้ ยิ่งทำให้แฟนบอล พร้อมทุ่มหัวใจ สนับสนุนพวกเขา อย่างเต็มที่อีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

ตารางคะแนน